“เจ้า…ไฉนเจ้าถึงเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมา! เจ้าเบื่อชีวิตนักหรือไง!?”
มู่หรงปิงถึงกับส่งเสียงผ่านพลังไปถามต้วนหลิงเทียนอย่างร้อนใจ น้ำเสียงยังไม่ขาดความวิตกกังวลแม้แต่น้อย เห็นชัดว่านางห่วงใยต้วนหลิงเทียนจริงๆ
“นางจำข้าได้แล้ว…หากข้าไม่ใช่ผู้ชายของเจ้า นางคงลงมือฆ่าข้าไปแล้วล่ะ!”
ต้วนหลิงเทียนหันไปส่งเสียงผ่านพลังถึงมู่หรงปิงเช่นกัน กระทั่งใบหน้ายังเริ่มฉายรอยยิ้มสดใสออกมา มองกล่าวกับมู่หรงปิงด้วยสายตาอ่อนโยน “เจ้าห่วงข้ามากหรือ?”
“ข้า…ข้าไม่ได้ห่วงเจ้า!”
ใบหน้างดงามใต้ผ้าผืนบางของมู่หรงปิงเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ หลังกล่าวตอบต้วนหลิงเทียนแล้ว นางก็ละสายตาออกไป และหันไปส่งเสียงผ่านพลังคุยกับโจวฉู่ชิงแก้เขินทันที
“ไล่ฆ่า!?”
“ประมุขหนานกงของนิกายอมตะสือหัง เคยส่งคนไปไล่ฆ่าปรมาจารย์โอสถต้วนด้วยหรือ!?”
“นี่…เรื่องนี้เป็นความจริงงั้นเหรอ ด้วยภูมิหลังของปรมาจารย์โอสถต้วน แต่ประมุขนิกายอมตะสือหังยังกล้าส่งคนไปฆ่าอีกเหรอ? หรือนางไม่กลัวตระกูลต้วนนภาล่องเบื้องหลังปรมาจารย์โอสถต้วนมีโมโห จนบุกเข่นฆ่าเข้ามาจากภาคกลาง ทำลายนิกายอมตะสือหังทิ้งเพื่อระบายโทสะ?”
…
ทันทีที่เสียงต้วนหลิงเทียนดังจบคำ ผู้คนที่อยู่ใกล้ๆก็อดไม่ได้ที่จะแตกตื่นทันที
แม้แต่บรรพจารย์ไท่อีกับเจี่ยนชิวหลัวประมุขนิกายอมะตเชียนจี ก็อดไม่ได้ที่จะอึ้งไปด้วยความตะลึง!
พวกมันไม่เคยคิดเลย…