ว่าประมุขนิกายอมตะสือหัง เคยมีเรื่องมีราวกับต้วนหลิงเทียนในลักษณะนี้!
“หึ!”
และในขณะที่ผู้คนหันมาจับจ้องการเผชิญหน้ากันระหว่างต้วนหลิงเทียนกับหนานกงซิ่วประมุขนิกายอมตะสือหังไม่วางตา ต้วนหลิงเทียนก็แค่นคำสบถออกมาเสียงเย็นคำหนึ่ง มองกล่าวกับประมุขนิกายอมตะสือหังต่อว่า…
“ในตอนแรกหากไม่ใช่เพราะข้าเห็นแก่หน้ามู่หรงปิง ข้าไม่มีทางหยุดคนของตระกูลต้วนนภาล่องข้าไม่ให้ฆ่าอาวุโสของนิกายอมตะสือหังทิ้งแน่! ท่านรู้หรือไม่ว่าเพราะข้าหยุดไม่ให้คนตระกูลต้วนนภาล่องของฆ่าลงมือฆ่าหญิงชรานั่น ข้าเลยต้องเสียยันต์เงาว่างเปล่าไปใบนึงอย่างไร้จำเป็น!”
กล่าวจบ ต้วนหลิงเทียนก็มองจ้องประมุขนิกายอมตะสือหังงด้วยสายตาเย็นชา เรียกว่ากล้ามองสบตานางอย่างเอาเรื่องตรงๆ โดยไม่มีแม้แต่อาการหวาดกลัวทั้งยำเกรงใดๆ! กระทั่งยังทำราวกับมองข้าทาสไร้สำคัญคนหนึ่ง!!
และทันทีที่ได้ยินวาจาประโยคนี้ทั้งเห็นสายตานั่นของต้วนหลิงเทียน หน้าหนานกงซิ่วก็เปลี่ยนสีไปทันที
ก่อนหน้านี้ตอนที่โจวฉู่ชิงเลาเรื่องต้วนหลิงเทียนให้นางฟัง นางยังคิดไปอยู่เลย…
ว่าถ้าหากต้วนหลิงเทียนมาจากตระกูลอันทรงพลังในภาคกลางจริง ด้วยความสามารถขนาดนี้ไม่พ้นต้องมีคนในตระกูลลอบติดตามออกมาเพื่อดูแลความปลอดภัยในเงามืดแน่นอน…
ถ้าเป็นอย่างงั้น…แล้วทำไมตอนนางส่งคนไปฆ่าอีกฝ่าย อีกฝ่ายถึงต้องหลบหนีไปแบบนั้นด้วย?