อย่างไรก็ตามนางมักมองว่าตัวเองเป็นผู้ปกครองของมู่หรงปิง!
หากไม่อาจฆ่าต้วนหลิงเทียนได้ นางก็หวังว่ามู่หรงปิงจะมีความสุข
“หากท่านคิดขอบคุณ ก็ไปขอบคุณนางเถอะ”
ขณะกล่าวถึงจุดนี้ สายตาต้วนหลิงเทียนก็ละออกจากหนานกงซิ่วและเบนไปตกยังร่างมู่หรงปิง สีหน้าเอาเรื่องแววตาเยียบเย็น ยังกลับกลายเป็นอ่อนโยนอบอุ่นปานสายลมฤดูใบไม้ผลิ
ด้านมู่หรงปิงตอนนี้ ก็ได้รับทราบเรื่องราวความเป็นไปที่เกิดขึ้นก่อนหน้าจากโจวฉู่ชิงแล้ว
พอสัมผัสได้ว่าต้วนหลิงเทียนมองมา นางก็พยายามเลี่ยงสายตาต้วนหลิงเทียนสุดตัว
“เจ้า…เจ้ามาจากตระกูลใหญ่ในภาคกลางจริงๆหรือ?!”
อย่างไรก็ตามแม้นางจะหลบหน้าไม่กล้าสบตากับต้วนหลิงเทียน แต่นางก็อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงผ่านพลังไปถามต้วนหลิงเทียนในเรื่องนี้
มู่หรงปิงย่อมจดจำได้ดี ว่าครั้งแรกที่นาพบเจอชายหนุ่มชุดม่วงเบื้องงหน้า พลังฝึกปรือของอีกฝ่ายช่างอ่อนด้อยจนน่าสมเพชขนาดไหน…
อย่างไรก็ตามพึ่งจะผ่านไปได้ไม่กี่ปี ด่านพลังของอีกฝ่ายก็ทะลวงถึงขอบเขตยอดเซียนอมตะ กระทั่งบรรลุถึงขั้นลี้ลับ!
เรื่องนี้ทำให้นางต้องตกตะลึงพรึงเพริดแล้วจริงๆ!
แถมอีกฝ่ายยังเป็นถึงปรมาจารย์หลอมโอสถอมตะระดับสูงที่สามารถหลอมโอสถหลัวเทียนได้อีกด้วย…
ที่สำคัญอีกฝ่ายยังประสบความสำเร็จทั้งหมดด้วยวัยไม่ถึงร้อยปี!
ตัวตนเช่นนี้ ต่อให้จะกวาดตามองไปทั่วแดนสวรรค์ใต้ ก็สมควรเป็นตัวตนที่พบพานได้ยากยิ่งใช่ไหม?