นศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว
หากคิดจะปีนให้ถึงยอดก็ฝันไปเถอะ เว้นแต่หุนหวังจะคืนชีพกลับมา
“ไปเถิด เราจะรอข่าวดีจากเจ้า!”
ซูไห่ผลักเจียงผิงอันเข้าไปทันที่
ผู้อาวุโสทั้งหลายตามเขามา
“เฒ่าเก้า เจ้าจะเปลี่ยนนิสัยหุนหันพลันแล่นของเจ้าได้ยามใด?”
“ในนั้นมีแรงกดดันพลังวิญญาณรุนแรง หากเกิดอะไรขึ้นกับเจียงผิงอัน เราจะอธิบายต่อนิกายเทวมารเช่นไร?”
ผู้อาวุโสทั้งหลายจนใจกับการกระท าของซูไห่นัก ไร้ผู้ใดคาดคิดว่าเขาจะท าเรื่องเช่นนี้ แต่ก็ยังมีเหตุผล
ซูไห่กล่าวเสียงเรียบ “ใครใช้ให้ก่อนหน้านี้พวกเจ้าไม่ช่วย ข้าจึงท าได้เช่นนี้ ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ขึ้นถึงยอดมิได้อยู่ดี”
“อยู่เฉย ๆ สนุกอะไร ใช้เมรัยถนอมจิตไหหนึ่งเดิมพันกันดีกว่าว่าเจ้าหนูเจียงผิงอันจะปีนได้สักกี่ชั้น? เจ้าเด็กนี่พากเพียรดี น่าจะขึ้นถึงชั้นห้าได้”
ขึ้นถึงชั้นห้าได้นับแต่ครั้งแรก นับเป็นการประเมินสูงแล้ว
ศิษย์แดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนของพวกเขา ฝึกฝนมาหลายปี ก็ยังมีผู้ขึ้นถึงชั้นห้าได้ไม่มาก
หากขึ้นถึงชั้นหกได้ จะกลายเป็นเป้าฝึกฝนหลักของแดนศักดิ์สิทธิ์ หากขึ้นถึงชั้นเจ็ด ก็จะเป็นผู้มีสิทธิ์เป็นผู้อาวุโส หากถึงชั้นแปด ก็สามารถประชันชิงต าแหน่งประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์ได้
ผู้อาวุโสรองซูมู่อวิ๋นพลันกล่าวอย่างเคร่งขรึม “เฒ่าเก้า เจ้ารู้หรือไม่ว่ามีเส้นทางสู่สวรรค์อยู่ในซากโบราณมหาจักรพรรดิ”
“รู้สิ เหตุใดถึงถามเช่นนี้?” ซูไห่ถามอย่างงุนงง
ซูไห่เคยไปยังซากโบ