“ไม่ใช่ว่าไม่คิดขายหรอก…เพียงแต่เขาอยากเจอน้องต้วน”
หลงเฟยอวิ๋นคลี่ยิ้มเเหยๆออกมา ค่อยกล่าวต่อว่า “เขาบอกว่า…ยอดสมบัติสวรรค์ระดับกลางชิ้นนี้ มอบให้น้องต้วนก็ได้ แต่เขามีเงื่อนไขบางประการที่คิดคุยกับน้องต้วนเป็นการส่วนตัว…”
“ต้องขอโทษท่านด้วยน้องต้วน…”
หลงเฟยอวิ๋นกล่าวขอโทษออกมาอีกครั้ง
“แล้วเขาอยู่ที่ไหนหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนลุกขึ้นยืน เอ่ยถาม
“น้องต้วนจะลองไปพบเขาหรือ?”
หลงเฟยอวิ๋นพอได้ฟังก็ตกใจเล็กน้อย จากนั้นก็กล่าวด้วยรอยยิ้มขื่นขมว่า “น้องต้วน สหายข้าคนนี้ไม่เคยทำการค้าที่ขาดทุน…ข้าเกรงว่าเงื่อนไขที่เขาคิดเสนอให้น้องต้วน จะสร้างความลำบากให้น้องต้วนไม่น้อย”
“ไม่ว่าจะยากเย็นขนาดไหน ข้าก็ต้องลองไปหาสหายท่านดูก่อน…ยอดสมบัติสวรรค์ระดับกลางที่ว่า สำคัญกับข้ามากจริงๆ”
สองตาต้วนหลิงเทียนทอประกายเรืองขึ้นวูบหนึ่ง กล่าวออกเสียงเข้ม
“เช่นนั้นข้าจะพาน้องต้วนไปเจอเขา”
ภายใต้การนำทางของหลงเฟยอวิ๋น ต้วนหลิงเทียนก็เดินทางออกจากวังอีกครั้ง สุดท้ายก็เดินทางไปถึงคฤหาสน์ส่วนตัวหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ไกลห่างทางทิศตะวันออกของเมืองหลวงประเทศอมตะเถิงหลง
คฤหาสน์หลังนี้แม้จะกว้างขวางใหญ่โต หากแต่อาณาบริเวณโดยรอบช่างเปลี่ยวร้างวังเวง ไม่มีบ้านเรือนอาคารปลูกสร้างใดๆ แลดูสันโดษนัก!
แอ๊ด! แอ๊ด!