เมื่อต้วนหลิงเทียนกับพวกทั้ง 3 มาถึงประตูหน้าคฤหาสน์ ประตูบานเขื่องก็เปิดอ้าออกด้วยตัวเอง โดยที่ต้วนหลิงเทียนมั่นใจมากว่าไม่มีใครอยู่ด้านหลังค่อยเปิดประตูอยู่เลย บ่งบอกให้รู้ว่าเป็นฝีมือคนที่อยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ใช้พลังควบคุมโดยตรง
อีกทั้งคนผู้นั้นสมควรรู้แล้วว่าพวกเขามาเยือน
อย่างไรก็ตามเขาไม่อาจจับร่องรอยสำนึกเทวะหรือกลิ่นอายพลังใดๆได้เลย นี่บ่งบอกให้เขารู้ว่าพลังฝึกปรือของอีกฝ่ายนั้นสูงส่งลึกล้ำนัก
“เข้าไปกันเถอะ”
ด้านหลงเฟยอวิ๋นไม่ได้แลดูแปลกใจกับเรื่องนี้แต่อย่างใด หลังกล่าวชวนต้วนหลิงเทียนแล้ว มันก็เดินนำลิ่วเข้าคฤหาสน์ไปก่อน
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนก้าวตามหลงเฟยอวิ๋นเข้าไปในคฤหาสน์ พอมองย้อนกลับไป เขาก็พบว่าชิวหลิง ยอดเซียนอมตะขั้นสวรรค์ตอนนี้ชักสีหน้าเคร่งขรึมจริงจังนัก ลึกลงไปในแววตายังเผยให้เห็นถึงเค้าลางความหวาดกลัวประการหนึ่ง!
ราวกับชิวหลิงหวาดกลัวต่อผู้ที่เปิดประตูเมื่อครู่มาก!!
‘ดูเหมือน…สหายขององค์ชาย 13 คนนี้จะไม่ใช่ธรรมดาแล้วจริงๆ’
ในสายตาของต้วนหลิงเทียน ฝีมือย่อยเปิดประตูเมื่อครู่ สมควรเป็นคนของสหายที่หลงเฟยอวิ๋นกล่าวถึง
จนเมื่อเขาได้เดินติดตามหลงเฟยอวิ๋นล่วงลึกเข้ามาในคฤหาสน์ จวบจนทะลุไปถึงลานด้านหลังคฤหาสน์ เขาจึงได้รับทราบว่า…