หลงเฟยอวิ๋นกล่าวออกมาอย่างทอดถอนใจ “แต่น้องต้วน…ท่านคิดว่า หากข้าเปิดเผยตำรับโอสถหลัวเทียนออกไปอะไรจะเกิดขึ้น? ข้ายังจะมีลมหายใจมานั่งสนทนานกับท่านได้อยู่หรือ? พวกมันไหนเลยจะลำบากลำบนเรื่องช่วยข้าขึ้นครองราชย์ ฆ่าข้าทิ้งชิงของไปยังไม่ง่ายกว่า?”
เป็นเพราะสาเหตุนี้ทำให้หลงเฟยอวิ๋นไม่กล้ายื่นข้อเสนออะไรกับนิกายอมตะหลงหวู่
ในนิกายอมตะหลงหวู่นั้น ผู้ที่จะมีอำนาจสั่งการแต่งตั้งมันให้เป็นฮ่องเต้ได้ ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าต้องเป็นตัวตนที่ต้องมีฐานะสูงพอสมควรในนิกาย และตัวตนเช่นนั้นเป็นธรรมดาว่าล้วนแล้วแต่เป็นผู้ทรงพลังทั้งสิ้น!
ต่อหน้าตัวตนเช่นนั้น มันยังนับเป็นตัวอะไรได้…ไม่มีคุณสมบัติจะต่อรองอะไรด้วยซ้ำ!
หลังได้ยินหลงเฟยอวิ๋นกล่าว ต้วนหลิงเทียนก็พอเข้าใจได้
“องค์ชาย 13 แล้วท่านเชื่อในตัวข้าถึงขนาดนั้นเลยหรือ ไม่กลัวว่าหากข้าได้ตำรับโอสถหลัวเทียนไปแล้วข้าจะกลับกลอกวาจาไม่คิดช่วยเหลือ หรือกระทั่งหนีหายไปหรือไง?”
ต้วนหลิงเทียนมองจ้องหลงเฟยอวิ๋นด้วยสายตาลึกซึ้ง กล่าวถามเสียงขรึม
“ท่านไม่ทำแบบนั้นหรอก น้องต้วน…”
หลงเฟยอวิ๋นมองสบตาต้วนหลิงเทียน ค่อยแย้มยิ้มกล่าวพลางส่ายหน้า “ถึงแม้วันนี้ข้าจะได้พบกับน้องต้วนเป็นครั้งแรก แต่ข้าสามารถบอกได้ว่าเจ้าไม่ใช่คนแบบนั้น…ข้าหลงเฟยอวิ๋นอย่างไรก็อยู่มาหลายร้อยปีแล้ว เรื่องมองคนข้าก็พอมีความสามารถอยู่บ้าง”
“แน่นอนว่าต่อให้มองผิดไป…ข้าก็ทำใจรับได้”