หลงเฟยอวิ๋นกล่าว “เพราะ…อย่างน้อยๆข้าก็ไม่ต้องตาย”
ฟังวาจานี้แล้ว เผยให้รู้ว่าสำหรับหลงเฟยอวิ๋นนั้น การมอบตำหรับโอสถหลัวเทียนให้ชายหนุ่มชุดม่วงเบื้องหน้าเพื่อไขว่คว้าความหวังอันริบหรี่ ดีกว่านำไปเสนอให้นิกายอมตะหลงหวู่แล้วต้องตกตายอย่างโง่งม…
ยิ่งไปกว่านั้นถึงมันจะพึ่งพบปะและสนทนนากับชายหนุ่มชุดม่วงเบื้องหน้าได้ไม่นาน แต่มันก็พอจะบอกได้ว่า…
ชายหนุ่มชุดม่วง มองอย่างไรก็ไม่เหมือนคนสับปลับ!
ชายหนุ่มชุดม่วงเบื้องหน้านั้น ดวงตาใสกระจ่าง ท่วงท่ากริยาองอาจแลดูสง่างามมากราศี กลิ่นอายทั่วร่างเผยให้เห็นถึงความชอบธรรมประการหนึ่ง ด้วยลักษณะผ่าเผยไม่ธรรมดาทั้งยังชวนให้ผู้ที่พบปะสนทนนาด้วยรู้สึกเสมือนสายลมฤดูใบไม้ผลิเช่นนี้ ย่อมมิใช่ชนชั้นต่ำทรามแน่นอน!
“องค์ชาย 13 นับว่ากล้าหาญนัก!”
ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะกล่าวชมเชยออกมา กระทั่งมองหลงเฟยอวิ๋นอีกครั้ง ในแววตายังเผยความนับถือเลื่อมไสประการหนึ่ง
เพราะสุดท้ายแล้วไม่ใช่ทุกคนที่จะหาญกล้าเสี่ยงแบบนี้!
มาตอนนี้เขาก็เข้าใจแล้ว
ว่าเหตุใดองค์ชาย 13 เบื้องหน้าถึงก้าวขึ้นมาอยู่ ณ จุดนี้ได้โดยไร้ซึ่งผู้ใดหนุนหลัง แถมยังปรีชาสามารถไม่ได้ด้อยกว่าองค์ชาย 4 กับองค์ชาย 7…
อาศัยความกล้าที่จะลงมือทำ ยอมรับความเสี่ยงแม้จะคว้าน้ำเหลว ก็ไม่ใช่อะไรที่องค์ชาย 4 กับองค์ชาย 7 จะมีได้…