ตอนนี้คล้ายหลงเฟยอวิ๋นลืมเลือนไปหมดสิ้นแล้ว ว่าชายหนุ่มชุดม่วงเบื้องหน้าเป็นแค่ ‘คนนอก’ ที่พึ่งเคยพบหน้ากันเป็นครั้งแรก แต่ทว่ามันกลับระบายอารมณ์ความผิดหวัง ทั้งอัดอั้นตันนใจออกมาจนหมด ที่สำคัญไม่เพียงแต่ร่างจะสั่นระริกไปเพราะความน้อยเนื้อต่ำใจ หางตายังปรากฏหยาดใสๆเอ่อคลอ
แต่เป็นธรรมดาว่าทันทีที่น้ำตาปรากฏออกมา มันก็ถูกพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดระเหยหายไปทันที
หลงเฟยอวิ๋นเล่าเรื่องราวชีวิตอันน่าเศร้าออกมาแบบนี้ ต้วนหลิงเทียนก็ได้แต่นั่งฟังอย่างเงียบๆ
แต่เขารู้ดีว่าชะตาชีวิตขององค์ชาย 13 มันอาภัพถึงขนาดไหน และน่าเห็นใจเพียงใด
ที่สำคัญเรื่องนี้ไม่ง่ายเลยจริงๆ กว่าองค์ชาย 13 จะเติบโตขึ้นมาได้ และกลายเป็นคนที่โดดเด่นไม่ด้อยไปกว่าองค์ชาย 4 และองค์ชาย 7 แบบนี้
เส้นทางของพี่น้องคนอื่นๆเสมือนโรยด้วยกลีบดอกไม้ แต่มันล้วนมีแต่อุปสรรคขวากหนาม ไม่ทราบต้องพยายามมากกว่าผู้อื่นเป็นสิบๆหรือเป็นร้อยเท่า จนจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้
“แต่ข้าจะทำอย่างไรได้เล่า ในเมื่อข้าไม่อาจเลือกเกิดได้ และข้าก็ไม่ย่นย่อต่อชะตาที่ฟ้ากำหนด ข้าจึงสู้ด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี และตอนแรกข้าก็ไม่ได้คิดชิงดีชิงเด่นกับพี่ 4 และพี่ 7 อะไร ที่ข้าทำไปก็แค่หวังว่าในสายตาท่านพอ จะมองเห็นข้าบ้าง…อนิจจา จนถึงวันที่ข้าต่อสู้มาจนไม่ได้ด้อยไปกว่าพี่ 4 กับพี่ 7 ก็แล้ว แต่สุดท้ายข้าก็ยังไม่แม้แต่จะอยู่ในสายตาของท่านพ่ออยู่ดี!”