“และทั้งหมดทั้งมวลที่ข้าต้องอดทนลำบากตรากตรำ ก็แค่หนึ่งความแคลงใจของท่านพ่อเพียงเท่านั้น!”
“ตั้งแต่ที่ข้าตัดสินใจได้ว่าให้พยายามอย่างไรก็ไม่อาจอยู่ในสายตาท่านพ่อ…เช่นนั้นข้าจะเหยียบย่ำพี่ 4 กับพี่ 7 ที่ท่านพ่อโปรดปรานมากที่สุด ให้ไม่อาจเทียบข้าได้ และก้าวขึ้นนั่งบัลลังก์นั่นเอง!”
กล่าวถึงประโยคนี้ สองตาของหลงเฟยอวิ๋นก็หวนคืนสู่ความแน่วแน่ แหลมคม ประกายเยียบเย็นหนึ่งยังสว่างโร่ออกมา
ครู่ต่อมาอารมณ์ที่ลุกโหมขององค์ชาย 13 ก็ค่อยๆหวนคืนสู่ความสงบ
“ขออภัยน้องต้วนด้วย ข้าดันมาระบายอะไรให้เจ้าฟังก็ไม่รู้…”
หลังหวนกลับมาสติแจ่มใสแล้ว หลงเฟยอวิ๋นก็ยิ้มเจื่อนๆขอโทษต้วนหลิงเทียน
“ทั้งหมดไม่ง่ายกับท่านเลย…หากข้าเป็นท่าน ไม่แน่ว่าอาจพังทลายไปแต่แรก ยากจะยืนหยัดได้เช่นท่าน”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกด้วยความชื่นชม
หากเขาไม่ได้ใช้ชีวิตมา 2 ชาติภพ แต่เกิดมาเจอสถานการณ์อย่างองค์ชาย 13 เลย ไม่แน่ว่าคงยากจะเติบโตขึ้นท่ามกลางความลำเค็ญเช่นนี้ได้ สุดท้ายอาจจะยอมจำนนต่อโชคชะตาของตัวเอง และปล่อยตัวปล่อยใจใช้ชีวิตไปวันๆเป็นนายน้อยจ้าวสำราญ เสพรับความสุขจอมปลอมเพื่อรอวันตาย…
“น้องต้วน ขอท่านอย่าได้กังวลว่าข้าจะทดสอบท่านอะไรแบบนั้น…เพราะข้าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำอะไรเช่นนั้น”