ได้ยินคำปฏิเสธเสียงดุของต้วนหลิงเทียน ฮ่วนเอ๋อก็ทำหน้ามุ่ยทันที นางยังรู้สึกเสียใจไม่น้อย ดวงตากลมใสดั่งสารทบัดนี้เริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอ
ถึงแม้ฮ่วนเอ๋อจะสวมงอบผ้าคลุมหน้า หากแต่ต้วนหลิงเทียนที่เดินข้างๆ ย่อมมองเห็นหยาดน้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอของนางได้ทันที เขาจึงรู้สึกปวดขมับขึ้นมาตงิดๆยังรู้สึกจนปัญญาเล็กน้อย
“ฮ่วนเอ๋อ…พี่หลิงเทียนให้เจ้าสวมหมวกไว้เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาน่าเบื่อ หรือฮ่วนเอ๋อชอบให้คนรังเกียจเข้ามายุ่งวุ่นวายเล่า?”
“จริงอยู่ที่ก่อนหน้านี้ตอนที่พวกเราอยู่เมืองฉีลู่ ฮ่วนเอ๋อจะสามารถจัดการคนน่ารังเกียจพวกนั้นได้ง่ายๆ…ทว่าที่นี่คือเมืองหลวงของประเทศเถิงหลงที่เป็นประเทศอมตะระดับสูง ยอดฝีมือมีมากดั่งหมู่เมฆ คนน่ารังเกียจที่ร้ายกาจกว่าฮ่วนเอ๋อก็มีอีกมากมาย ดังนั้นพวกเราถ่อมตัวไว้จะดีกว่า…”
“งั้นพี่หลิงเทียนสัญญากับเจ้าเป็นไง…ว่าหลังจากพวกเราหาโรงเตี๊ยมที่พักได้เมื่อไหร่ ฮ่วนเอ๋อก็ไม่ต้องใส่หมวกงอบนั่นกับผ้าปิดปากแล้ว ดีหรือไม่?”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวปลอบอย่างอดทน
“ถ้างั้น…พี่หลิงเทียนต้องสัญญากับฮ่วนเอ๋อด้วย ว่าพี่หลิงเทียนจะซื้อของเล่นกับของอร่อยๆให้ฮ่วนเอ๋อกิน”
ฮ่วนเอ๋อกล่าวน้ำตาคลอเบ้า
“ได้ๆ…พี่หลิงเทียนจะซื้อของเล่นทุกชิ้นที่เห็นให้ฮ่วนเอ๋อ แล้วอะไรอร่อยๆพี่หลิงเทียนจะเหมาให้ฮ่วนเอ๋อกินหมดเลยดีหรือไม่?”