างเลี่ยงมิได้
คนผู้นี้อยู่เพียงขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตา ไฉนจึงไร้ปฏิกิริยาใด ๆ?
“ส่งมันคืนให้ข้าเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้น ตาย!” เสียงของเจียงผิงอันเย็นเยียบสุดขั้ว
วันนี้เขาเกือบตายมาหลายหน ท าให้เขาอารมณ์เสียยิ่งจนเกือบหลุดการควบคุมอารมณ์อยู่รอมร่อ
เมื่อได้ยินค าขู่นี้ ซูเหยียบก็เกือบหลุดหัวเราะลั่น
“จะให้ข้าตาย? มาสิ ข้าอยากรู้ว่าเจ้าจะให้ข้าตายเช่นไร”
เขาเพิ่งเคยได้เห็นเจ้าคนถือดีเช่นนี้เป็นครั้งแรก เป็นแค่ผู้ฝึกตนขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตา กลับมาข่มขู่ผู้ฝึกจิตขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตา สมองถูกประตูหนีบมาหรือไร?
ซูเหยียนใบหน้ายิ้มแย้ม แต่ในใจคุกรุ่นด้วยเปลวเพลิง มาถูกเจ้าหนูขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตาข่มขู่เช่นนี้ ช่างน่าร าคาญใจนัก
แม้แดนศักดิ์สิทธิ์ไม่อนุญาตให้เข่นฆ่า ฆ่าเพียงผู้ผ่านทางธรรมดาสักคนย่อมไม่รู้ถึงส านักได้หรอก
ขณะที่เจียงผิงอันก าลังจะลงมือนั้นเอง เส้นแสงซึ่งแปรจากผู้ฝึกตนอันมีปราณแข็งแกร่งสามคนก็พุ่งเข้ามา
เจียงผิงอันหน้าเสีย รีบก้าวถอยไปก้าวหนึ่ง คนกลุ่มนี้ต่างก็เป็นผู้ฝึกจิต เป็นคนกลุ่มเดียวกันไม่ผิดแน่
สีหน้าของซูเหยียนก็แปรเปลี่ยน เหตุใดผู้อาวุโสจึงมากันตั้งหลายท่าน จบสิ้นแล้ว มิอาจเก็บซากปีศาจต้นไม้ไว้ได้แล้ว
“คารวะผู้อาวุโสทุกท่าน!”
ซูเหยียนรีบก้มคารวะ
ผู้อาวุโสทั้งหลายจากแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนเมินซูเหยียนไป จดจ้องสายตามาที่เจียงผิงอันแทน
“สหายเต๋าเจียง?”
ชายในชุดคลุมสีเขียว