“ฟังจากที่มันพูดตอนแรก ข้ารู้สึกเหมือนมันจะคิดบัญชีกับนายน้อยรองสกุลฉี…แต่ตอนนี้อยู่ๆกลับให้ผู้อื่นนำกลับบ้าน อย่าได้บอกเชียว ว่าเจ้าหนุ่มนั่นมันคิดว่าตระกูลฉีใครอยากไปเดินเล่นก็ไปได้?”
“ไปตระกูลฉี…มิใช่มันไปรนหาที่ตายหรือไร แม้พลังฝีมือมันจะไม่ใช่ชั่ว แต่หากคิดจะไปสร้างคลื่นลมอะไรที่ตระกูลฉี…ข้าเกรงว่ามันยังมีคุณสมบัติไม่ถึงกระมัง?”
“ตระกูลฉี…อย่างไรก็มีต้าหลัวจินเซียนขั้นสวรรค์อยู่ถึง 2 คน!”
…
เหล่าผู้คนบนถนนอดไม่ได้ที่จะสับสน ครุ่นคิดกันไปวุ่นวาย
ชายหนุ่มชุดม่วงที่แท้นึกเฮี้ยนอันใดขึ้นมาถึงกล้าบุกไปตระกูลฉี?
ไม่ใช่พาตัวเข้าจุดดับหรือไร…นี่ยังต่างอะไรกับลูกแกะคิดไปเยี่ยมชมรังหมาป่า?
“พวกเจ้าคิดว่า…เป็นไปได้หรือไม่ที่ชายหนุ่มชุดม่วงกับสตรีนางนั้น เป็นตระกูลฉีเตี๊ยมมา?”
ตอนนี้เองปรากกฏร่างอาแปะผู้หนึ่ง ที่สองตาฉายประกายเฉลียวฉลาดทำราวกับล่วงรู้ทุกสรรพสิ่ง เอ่ยขึ้นว่า “ทั้งหมดที่พวกเราเห็นนั้น ที่แท้อาจเป็นเพียงละครฉากหนึ่ง ทั้งหมดเป็นตระกูลฉีวางบทมาให้สังหารนายน้อยลู่!”
“ตอนนี้พวกมันเพียงแค่ร่วมมือกันเสแสรงแสดงละคร ให้ดูเหมือนว่ามีเรื่องบาดหมางกัน และคิดไปหาความกันที่ตระกูลฉี…แต่ทั้งหมดสมควรกระทำเพื่อสร้างความสับสนให้ตระกูลลู่! ที่แท้ชายหนุ่มหญิงสาวผู้นั้นก็แค่ไปรับเงินสกุลฉี ก่อนจะจากเมืองงฉีลู่ของพวกเราไป!!”