“นั่นมันนายน้อยลู่!”
“ให้ตายเถอะ วันนี้มันวันอะไรกัน…ไฉนนายน้อยของตระกูลลู่กับนายน้องรองตระกูลฉีถึงมาปรากฏตัวพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายได้!”
“ทั้ง 2 เขม่นกันมาตลอด…ข้าว่าวันนี้ต้องมีคนเจ็บ!”
…
พอเห็นชายหนุ่มในชุดจอมยุทธ์ปรากฏตัวขึ้น ผู้คนก็กระซิบกระซาบกันเสียงดังระงม
“ลู่เหวินปิน”
เมื่อเห็นลู่เหวินปิน นายน้อยตระกูลลู่มาถึงพร้อมกล่าวแซะ สีหน้าฉีโหยวก็เปลี่ยบนเป็นมืดดำเอ่ยออกเสียงหนักว่า “เจ้าบอกว่าข้าไม่มีแม้แต่ปัญญาจะเอาผ้าปิดปากผู้หญิงลง? ลู่เหวินปิน…เจ้าคิดว่าสิ่งที่ข้านายน้อยผู้หล่อเหลานี้ยังทำไม่ได้ แล้วตัวเจ้าที่หน้าตาอุบาทว์ ยังจะมีปัญญาทำได้หรือ?”
ฉีโหยวเดิมทีก็ทนท่าทางไม่เห็นหัวของต้วนหลิงเทียนไม่ไหวจนคิดจะลงมืออยู่แล้ว แต่มิคิดกลับถูกขวางเสียก่อน
และเมื่อถูกลู่เหวินปินเข้ามาขัดจังหวะ มันที่หัวร้อนเพราะต้วนหลิงเทียนอยู่ ก็พอได้สงบอารมณ์ลง จากนั้นจึงสามารถพิจารณาเรื่องราวได้ละเอียด
สตรีข้างกายชายหนุ่มชุดม่วงนั่น ช่างเย็นชาและให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์เหลือเกิน…ไม่คล้ายจะเป็นเซียนอมตะทั่วๆไป
ควบคู่ไปกับท่าทีแข็งกร้าวของชายหนุ่มชุดม่วงที่ไม่ไว้หน้าผู้ใด จนมันคิดว่าอาจเป็นการเสแสร้งนั่น…
พอเอามารวมกันแล้ว
ก็ทำให้มันตระหนักอะไรได้บางอย่าง!