“ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน แทงร้อยเอาหนึ่งยังได้ โฉมหน้าใต้ม่านผ้าของสตรีนางนั้นไม่มีทางน่าเกลียดแน่นอน!”
“ไม่ใช่ว่าใบหน้าของนางมีตำหนิอันใดจนทำให้แลดูอัปลักษณ์น่ากลัวหรือไร ถึงต้องใช้ผ้าปิดเอาไว้…พวกเจ้าคิดมากกันรึเปล่า?”
“มารดามันเถอะ ข้าอยากวิ่งไปดึงผ้านั่นลงยิ่ง…จะได้รู้กันว่าที่แท้นางมีรูปโฉมเช่นไร…”
…
ต้วนหลิงเทียนกับฮ่วนเอ๋อที่เดินไปตามถนนหนทาง ก็ได้ยินเสียงซุบซิบจากผู้คนที่กล่าวถึงพวกเขาหลายครั้ง
กล่าวได้ว่าหลังเดินสวนกันไป มีหลายคนที่อดไม่ได้ที่จะคุยกันด้วยความสงสัย
ในวาจาล้วนแล้วแต่ถูกท่าทีเย็นชาแต่ทว่ากลับดูศักดิ์สิทธิ์ของฮ่วนเอ๋อดึงดูดทั้งสิ้น อีกทั้งหลายคนก็ติดใจกับดวงตาดั่งงยามสารฤทนั่นของฮ่วนเอ๋อ จึงพากันคาดเดาไปว่า 9 ใน 10 รูปโฉมใต้ผ้าปิดหน้าต้องงดงามเป็นแน่
แม้จะไม่มีดวงตาอันไร้ที่ตินั่น ก็เกรงว่าผลคงไม่ต่างกันเท่าไหร่
“สหายทั้ง 2 ช้าก่อน”
หลังเดินตัดเข้าสู่ถนนเส้นใหญ่สักพัก ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลังต้วนหลิงเทียนกับฮ่วนเอ๋อ
ฮ่วนเอ๋อไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย
จนเมื่อต้วนหลิงเทียนหยุดร่างลงและหันไปมอง ฮ่วนเอ๋อก็หยุดและหันไปมองบ้าง
ต้วนหลิงเทียนหันไปก็พบเห็นคนที่คล้ายจะเรียกหาพวกเขา เป็นชายหนุ่มรูปงามในชุดบัณฑิต ในมือถือไว้ด้วยพัดขนนก ใบหน้าหล่อเหลา รอยยิ้มแลดูอ่อนโยน หากแต่หว่างคิ้วกลับเต็มไปด้วยความชั่วร้ายประการหนึ่ง ชวนให้แลดูขัดแย้งในตัวนัก