‘หากนางไปปราฏตัวในใต้หล้า…ไม่ทราบจะทำให้ผู้คนหลงงมงายได้ถึงขนาดไหน’
ต้วนหลิงเทียนนึกภาพออกเลย
หากสตรีชุดขาวนี่ออกไปปรากฏตัวสู่สายตาผู้คนล่ะก็ ได้บังเกิดมรสุมโลหิตแห่งการแก่งแย่งแน่
เพราะตราบใดที่ยังเป็นผู้ชายธรรมดา คงยากจะต้านทานเสน่ห์ของนางได้ และหากเป็นบุรุษที่ไร้ซึ่งความยับยั้งชั่งใจ ย่อมไม่พ้นต้องคิดครอบครองนางให้จงได้แน่นอน
‘หายาก…ช่างหาได้ยากยิ่งนัก’
ในใจต้วนหลิงเทียนเริ่มปรากฏคำโฉมงามไร้เทียมทานขึ้น
“นี่ๆ เจ้าเป็นผู้ใดหรือ?”
ภายใต้สายตามองจ้องด้วยความชื่นชมของต้วนหลิงเทียน สองตาคู่งามดั่งสารทฤดูที่บริสุทธิ์ราวเหนือโลกีย์ ก็ฉายแววซุกซน กล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย
และทันทีที่เสียงถามไถ่ของนางดังขึ้น ต้วนหลิงเทียนก็รู้สึกเสมือนร่างกายอ่อนยวบลงไปในฉับพลัน
ใบหน้างดงามไร้ที่เปรียบแล้ว เสียงยังไพเราะเพราะพริ้งนัก
“ข้าชื่อต้วนหลิงเทียน”
ครู่ต่อมา ต้วนหลิงเทียนที่สูดอากาศเข้าลึกๆคำหนึ่งเพื่อสงบจิตใจ ก็กล่าวชื่อตัวเองออกมาเสียงอ่อน
“แล้วเจ้าเล่า?”
ต้วนหลิงเทียนยังถามต่อ
“ข้าเหรอ….”
ได้ยินคำถามของต้วนหลิงเทียน สตรีในชุดขาวก็ครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนที่มุมปากน้อยๆจะเผยยิ้มอ่อนๆ “ข้าเกิดมาท่านแม่ก็เรียกข้าว่าฮ่วนเอ๋อ…งั้นเจ้าเรียกข้าว่าฮ่วนเอ๋อเหมือนท่านแม่ก็ได้”
“ฮ่วนเอ๋อ”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า จากนั้นก็กล่าวถามสืบต่อว่า “แล้วท่านแม่ของฮ่วนเอ๋ออยู่ที่ไหนหรือ?”