หลังจากได้รู้ความเป็นมาของมู่หรงปิง ถึงแม้ในใจต้วนหลิงเทียนจะรู้ดีว่าวันหน้าหากเขาร้ายกาจขึ้นและก้าวไปยังเวทีที่ยิ่งใหญ่ขึ้นสุดท้ายวันหนึ่งเขาก็ต้องรู้อยู่ดี แต่ทว่านั่นมันคงอีกนาน
เช่นนั้นแล้วนับว่าการใช้ยันต์หลบหนีเงาว่างเปล่าไปเพื่อแลกกับข้อมูล ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเท่าไหร่
ยิ่งไปกว่านั้น หากวันนี้ไม่ได้ใช้ยันต์หลบหนีเงาว่างเปล่า บางทีเขาอาจไม่มีโอกาสได้รู้เรื่องความเป็นมาของนางเลยก็ได้! พอคิดได้แบบนี้เขาก็ไม่รู้สึกเสียดายอะไรอีกต่อไป…
เพราะในสายตาของเขา
มูลค่าของยันต์หลบหนีเงาว่างเปล่า มันเทียบไม่ได้กับมู่หรงปิงที่ถูกลิขิตไว้แล้วว่าต้องเป็นผู้หญิงของเขา!
…
‘ว่าแต่…นี่มันยังไงกันแน่? ข้าเหาะมาตั้งนานแล้วทำไมยังออกจากหุบเขาบ้าๆนี่ไม่ได้ซะที?’
ต้วนหลิงเทียนที่เหินร่างอยู่บนฟ้าเหนือหุบเขาเปลี่ยวร้างวังเวง อดไม่ได้ที่จะแปลกใจ เพราะไม่ว่าเขาจะเหาะไปนานเท่าไหร่สภาพแวดล้อมเบื้องล่างก็ยังมีแต่หุบเขารกร้างไม่แปรเปลี่ยน
“หืม!?”
ทันใดนั้นเองต้วนหลิงเทียนที่เหาะอยู่ดีๆ ก็พบว่าเสมือนมีแสงสว่างหนึ่งวาบขึ้น!
และครู่ต่อมาเขาก็จำต้องขมวดคิ้วยู่ย่น เพราะบัดนี้รอบๆตัวเขาได้เต็มไปด้วยหิมะ มองไปทางไหนก็มีแต่ทุ่งหิมะ ยอดเขาสีขาวโพลน กับธารน้ำแข็งเยียบเย็นต้องสะท้อนแสงตะวันแลดูงดงามไม่น้อย
“ภาพลวงตางั้นเหรอ?”