ราวกับการที่ได้เห็นขุนนางตัวอมตะตัวเป็นๆ และเห็นการลงมือของอีกฝ่าย ช่างเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ที่น่าอวดเสียนี่กระไร!
ได้เห็นความคึกคักของแต่ละคน อ๋อง 3 ก็อดไม่ได้ที่จะอึ้งไปอยู่บ้าง
“อะแฮ่ม ๆ… ”
อ๋อง 3 กระแอมออกมาเบาๆ 2 ครั้ง เมื่อปลุกสติทุกคนให้กลับมาสนใจตัวเองได้แล้ว ก็เริ่มกล่าวต่อออกมาทันที “เอาล่ะทุกท่าน วังฉินของพววกเรายังมีเรื่องที่ต้องเร่งสะสางอีกมาก…หากพวกท่านมีผู้ใดคิดพักผ่อนที่วังฉินเราสักสองสามวัน ข้าจะขอให้คนมาจัดการให้”
“และหากพวกท่านคิดจากไป…ข้าจะให้คนไปส่งพวกท่านเอง”
อ๋อง 3 กล่าวออกเสียงดังฟังชัด
“ฮ่าๆๆ…ท่านอ๋อง 3 เกรงใจเกินไปแล้ว เอาล่ะท่านอ๋อง 3 ข้าเองก็มีธุระที่ต้องไปสะสางในพรรคเช่นกัน ส่งกันพันลี้อย่างไรก็ต้องจาก เช่นนั้นข้าลาท่านตรงนี้เลยเถอะ! ไว้พบกันใหม่”
คนผู้หนึ่งระเบิดเสียงหัวเราะออกมา จากนั้นก็ประสานมือกล่าวคำลาด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็เหินร่างขึ้นฟ้าไปด้วยความเร็วสูง พริบตาก็ออกนอกเขตวังฉินไปแล้ว
“อ๋อง 3 ข้าเองก็ไม่รบกวนท่านแล้ว…ไว้พบกันใหม่!”
“อ๋อง 3 วันหน้าข้าค่อยมารบกวนท่าน ถนอมตัวด้วย”
“ท่านอ๋อง 3 ข้าน้อยขอลาไปก่อน”
…
จากนั้นเหล่าคนในอัฒจันทร์ที่นั่งพิเศษก็เริ่มทยอยกันร่ำลา และเดินทางกลับทันที เพราะคนเหล่านี้อย่างไรก็เป็นแขกรับเชิญของวังฉิน จึงไม่ได้มากพิธีอะไรนัก