‘หวังว่ายอดฝีมือจากนิกายสือหังเซียนคนนั้นจะไม่ได้มาเพราะต้วนหลิงเทียน…’
ฉิอวี่ได้แต่ลอบภาวนาในใจอย่างเงียบงัน
‘แต่คิดไม่ถึงเลยจริงๆว่าต้วนหลิงเทียนจะนั่งแฝงตัวอยู่ในอัฒจันทร์ที่นั่งสำหรับบุคคลสำคัญข้างๆนี่เอง! กล่าวไปห่างจากข้าไม่กี่หมี่ด้วยซ้ำ! เจ้าบ้านี่…จะทักข้าสักคำก็ไม่ได้ ไม่งั้นป่านนี้คงได้ถามให้รู้เรื่องไปนานแล้วว่าใช่ไปมีความแค้นอะไรกับนิกายสือหังเซียนหรือไม่’
ฉินอวี่ลอบทอดถอนในใจ
เมื่อครู่มันก็สังเกตเห็นความเคลื่อนไหววุ่นวายที่อัฒจันทร์พิเศษข้างๆ
หากแต่เพราะว่ามีผู้คนมากมายบังเอาไว้ มันเลยไม่ทันได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของต้วนหลิงเทียนตอนเผยโฉมออกมา และมันก็ไม่ทันตอบสนองสิ่งใดได้ทัน ต้วนหลิงเทียนก็เหินลิ่วไปลอยค้างกลางฟ้านู่นแล้ว…
กว่ามันจะดึงสติกลับมาได้ ต้วนหลิงเทียนก็กล่าวเปิดเผยตัวตน จนทุกผู้คนในงานประลอง 16 มณฑลรับทราบกันถ้วนหน้า!
มณฑลจิ่วโยว ต้วนหลิงเทียน!
“อวี่เอ๋อ…นั่นคือต้วนหลิงเทียนหรือ?”
อ๋องฉินที่นั่งข้างๆ เอ่ยถามออกมา สองตาที่ฉายแวววูบวาบยังคงมองจ้องร่างในชุดสีม่วงกลางฟ้าเหนือลานประลองหลังม่านผ้าไม่วางตา
“ใช่แล้วท่านลุงใหญ่”
ฉินอวี่คลี่ยิ้มเจื่อนๆกล่าวต่อว่า “ข้าไม่คิดเลยว่าสหายผู้นี้ที่แท้จะมาถึงแต่แรก…กระทั่งไม่คิดเลยว่าอยู่ๆจะไปเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถอมตะระดับต่ำของนิกายมังกรบินเสียได้!”
“มันช่างซ่อนตัวเก่งเหลือเกิน…”
ฉินอวี่กล่าวว