หวังฉี่หลิงในฐานะผู้ว่าการมณฑลผิงชานย่อมรู้ดีแก่ใจว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร แต่มันก็ยังรู้สึกยากยอมรับอยู่บ้าง
อย่างไรก็ตามแม้มันจะยากยอมรับและไม่เต็มใจแค่ไหน แต่มันก็รู้ดีว่าคิดมากไปก็ไร้ผล เพราะไม่อาจเปลี่ยนแปลงความจริงได้
ก่อนหน้าที่พวกเถียนจี้หวี่กับหวังฉี่หลิงจะมา ก็มีเหล่ากลุ่มคนจากกมณฑลต่างๆและเหล่ารุ่นเยาว์ชนชั้นอัจฉริยะนับร้อยๆมารวมตัวกันอยู่ก่อนแล้ว ทั้งหมดรอคอยงานประลอง 16 มณฑลของพระราชวังฉินที่จะเริ่มต้นขึ้นในอีก 3 วันหลังจากนี้
เนื่องจากมีผู้คนจากทั้ง 16 มณพลทยอยกันมาถึง เมืองพระราชวัฉินช่วงนี้จึงครึกครื้นอยู่กว่าสิบวันครึ่งเดือน จนมาสงบลงก่อนจะถึงวันงานประลอง 3 วัน
แน่นอนว่าเป็นความสงบก่อนพายุจะเข้า
ในโรงเตี๊ยมที่พักแห่งหนึ่งของเมืองพระราชวังฉิน
“ผู้ว่าการมณฑลจิ่วโยว พารุ่นเยาว์มาเพียง 29 คน?”
ในห้องพักอันกว้างขวางห้องหนึ่ง สตรีชราในชุดคลุมธรรมดามองถามชายวัยกลางคนเบื้องหน้าด้วยท่าทางไม่แยแส เสียงหนัก
หากเถียนจี้หวี่ผู้ว่าการมณฑลจิ่วโยวมาอยู่ที่นี่ ต้องจดจำได้ทันทีว่าชายวัยกลางคนผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็น ผู้ว่าการมณฑลผิงชานที่มันพบเจอก่อนเข้าเมือง หวังฉี่หลิง!
ทว่าหวังฉี่หลิงที่เป็นถึงผู้ว่าการมณฑลผิงชานยามนี้ กลับแลดูสุภาพนอบน้อมต่อสตรีชราเบื้องหน้านัก!
มันวางตัวได้ต้อยต่ำไม่ต่างอะไรกับอยู่ต่อหน้าฮ่องเต้ฉินเลย!
“ข้าน้อยเห็นมากับตา”