“เพราะในสายตาของพวกมัน…หากเจ้ายังมีลมหายใจอยู่ ก็เสมือนอันดับ 1 ของการประลอง 16 มณฑลที่พระราชวังฉินจะจัดขึ้นถูกยึดครองไปแล้วแต่แรก นั่นย่อมเป็นอะไรที่พวกมันไม่อยากเห็นที่สุด เช่นนั้นพวกมันต้องรวมหัวกันหาทางกำจัดเจ้า โดยจ้างวานมือสังหารที่พลังฝีมือเหนือกว่าข้ามาฆ่าเจ้าแน่นอน”
“และหากคนที่พวกมันจ้างวานมาอ่อนด้อยกว่าข้า ก็ไม่ต่างจากพวกมันไม่ได้ทำอะไร…เพราะถึงตอนนั้นขอเพียงข้านั่งเฝ้าเจ้าอยู่ในจวนไม่ไปไหน ก็อย่าหวังจะมีใครทำร้ายเจ้าได้ นับประสาอะไรกับเอาชีวิตเจ้า!!”
เถียนจี้หวี่กล่าว
“ข้าก็คิดไว้แบบนี้”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า “ดังนั้นข้าเลยวางแผนจะจากไป…”
“เจ้าจะออกเดินทางเมื่อไหร่หรือ?”
เถียนจี้หวี่กล่าวถาม
“แน่นอนว่ายิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีที่สุด…หากไม่มีอะไรผิดพลาดก็สมควรเป็นหลังจากนี้อีก 3 วัน เพราะอย่างไรข้าก็ยังมีหนี้ 2 บัญชีที่ต้องรอเก็บหลังจากนี้ 3 วัน…”
ต้วนหลิงเทียนกล่าว
“หนี้รอเก็บ 2 บัญชี?”
เถียนจี้หวี่พอได้ฟังก็ผงะไปเล็กน้อย
พอต้วนหลิงเทียนอธิบายให้ชดว่าหนี้ 2 บัญชีที่ว่าคืออะไร แม้เถียนจี้หวี่จะเป็นผู้ว่าการมณฑลจิ่วโยวผู้ผ่านคลื่นลมมรสุมอะไรมาไม่น้อย มุมปากยังอดกระตุกไปไม่ได้
“เจ้า…ใจร้ายยิ่ง!”
“หินอมตะระดับสูงแสนก้อนสำหรับตระกูลหลิวแล้ว ถึงแม้จะยังไม่ถึงขั้นเฉือนเนื้อหั่นกระดูก แต่ไม่พ้นพวกมันต้องเซ้งกิจการสักอย่างเพื่อรวบรวมหินอมตะระดับสูงมาจ่ายเจ้าแน่”