“ส่วนหินอมตะระดับสูงสองแสนก้อน…ด้วยสถานการณ์ของตระกูลผางในปัจจุบัน ข้าเกรงว่าพวกมันคงจ่ายเจ้าไม่ไหว”
เถียนจี้หวี่กล่าว
“ตระกูลผางจ่ายไม่ไหว…แต่ข้าเชื่อว่าอาวุโสผางปิงเป็นคนฉลาด ไม่พ้นต้องบีบให้ตระกูลหลิวช่วยจ่ายแน่”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกเสียงเบา “สำหรับฐานะของตระกูลหลิวแล้ว หินอมตะระดับสูงแสนก้อนคงควักออกมาไม่ยากเย็น…”
“แต่ถ้าเป็นหินอมตะระดับสูงสองแสนก้อน…ข้าเชื่อว่าต่อให้เป็นตระกูลหลิว ก็ต้องมีขายสมบัติประจำตระกูลกระทั่งเฉือนเนื้อหั่นกระดูกกันบ้าง!”
เถียนจี้หวี่ได้ฟังก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “เดิมทีข้าวางแผนจะมอบหินอมตะระดับสูงให้เจ้าติดตัวสำหรับการเดินทาง…แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่จำเป็นแล้ว ด้วยมีหินอมตะระดับสูง 300,000 ก้อน หินอมตะคงไม่ขาดมือเจ้าเร็วๆนี้แน่”
“อย่างไรก็ตามเจ้าจากไปครานี้…อย่าได้ลืมไปเข้าร่วมการประลอง 16 มณฑลที่พระราชวังฉินเล่า!”
อยู่ๆสีหน้าของเถียนจี้หวี่ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นจริงจังแข็งขัน มองจ้องต้วนหลิงเทียนกล่าวออกเสียงเข้มว่า “ข้าจะจัดการเรื่องสมัครเข้าร่วมการประลอง 16 มณฑลให้เจ้าเอง…เจ้าเพียงปรากฏตัวในวันที่งานประลอง 16 ทณฑลเริ่มต้นขึ้นก็พอ ข้าเชื่อว่าพอถึงตอนนั้นต่อให้พวก 15 มณฑลอยากฆ่าเจ้าแค่ไหน แต่ด้วยมีคนของพระราชวังฉินอยู่ก็ไม่มีใครกล้าลงมือเป็นแน่!”
“ข้าก็คิดไว้แบบนั้น”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า