เช่นนั้นมันจึงเห็นชัดถนัดตา ว่าทันทีที่ประกายแสงจากรังสีกระบี่นับพันอุบัติขึ้น ร่างมหึมาสูงนับ 30 หมี่ของหลิวเชียนที่ตบฟาดฝ่ามือกระกบลง ก็ถูกบางพลังมหาศาลขุมหนึ่งระเบิดใส่อย่างจัง! กระแทกร่างจนปลิดปลิวกระเด็นไปไม่เป็นท่า!!
กึก!
หลังหลิวเชียนที่ปลิวกระเด็นไปไม่เป็นท่า สามารถขืนร่างให้หยุดค้างกลางหาวได้แล้ว สายตาคนอื่นก็กลับมามองเห็นเรื่องราวได้ชัดเจนอีกครั้ง
และตอนนี้สิ่งที่สะท้อนอยู่ในแววตาของทุกคน ก็คือหลิวเชียนที่ร่างหดกลับมาเหลือตัวเท่าเดิม ทว่าแขนกลับอันตรธานหายไปทั้ง 2 ข้าง!
สีหน้าหลิวเชียนยังซีดลงปานกระดาษ มุมปากปรากฏโลหิตไหลย้อย กระบี่อ่อนที่บางราวปีกจั๊กจั่นอันเป็นศาสตราเซียนอมตะคู่กาย ได้แต่ลอยอยู่ข้างๆอย่างหม่นแสง…
เรียกว่าเพียงมองก็บอกได้ทันที ไม่ว่าตัวหลิวเชียนก็ดี หรือกระบี่อ่อนก็ดี ไม่ต่างอะไรกับศรปลายเกาทัณฑ์ทั้งสิ้น!
“จะ…เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่! หากเจ้าเป็นคนของมณฑลจิ่วโยวจริง อย่างเจ้ามิมีทางไร้ชื่อเสียงเรียงนามไปได้! พลังของเจ้าแทบจะทัดเทียมกับต้าหลัวจินเซียนอยู่แล้ว…ในมณฑลจิ่วโยวนี้คงยากจะหาจินเซียนคนไหนต่อกรกับเจ้าได้!!”
ถึงแม้การปะทะจะเกิดขึ้นและจบลงในเวลาแสนสั้น แต่หลิวเชียนก็ตระหนักได้ถึงเรื่องนี้อย่างสุดซึ้ง!
ความแข็งแกร่งของชายหนุ่มชุดม่วงเบื้องหน้า ยังเหนือกว่าผู้ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นอันดับ 1 ใต้ต้าหลัวจินเซียนขอมณฑลจิ่วโยวอย่างผางปิงเสียอีก!