แม้ในกาลก่อนตอนที่ติดตามรับใช้หลิวจั่วหลิน มันเองก็ ‘ประกอบการค้าไร้ต้นทุน’ มาไม่น้อย
แต่คราวนี้มันสัมผัสได้ถึงสังหรณ์อัปมงคลประการหนึ่ง
ชายหนุ่มชุดม่วงผู้นั้น ให้ความรู้สึกยากตอแย!
“ไม่ต้องห่วงไป”
หลิวจั่วหลินกล่าวให้ชายชราวางใจ “อย่าได้ลืมไปลุงหลี่ พวกเราทำแบบนี้มากี่ครั้งแล้ว ยังไม่เห็นจะเคยพลาดสักที! ครั้งนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก!!”
ส่วนอีกด้าน
ต้วนหลิงเทียนก็เดินข้ามถนนมาอีกฟาก และมุ่งหน้าไปยังร้านที่พนักงานร้านยาบอกว่ามีเตาหลอมโอสถราคาคุ้มค่าขายทันที
‘หืม?’
ทันใดนั้นเองต้วนหลิงเทียนคล้ายสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง แม้จะไม่แปลกใจเท่าไหร่แต่สองตาเขาก็เริ่มหดหยีลง ประกายเยียบเย็นเรืองขึ้นวาบหนึ่ง!
‘อยากรู้นัก…พวกมันจะเล่นจำอวดอะไรให้ข้าดู’
ต้วนหลิงเทียนที่ก้าวอาดๆข้ามถนนมาก็ไม่คิดรีบร้อนไปร้านขายเตาหลอมโอสถสืบไป เพียงเลือกจะเดินเข้าตรอกเล็กๆร้างผู้คนแทน…
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
และแทบจะทันทีที่ต้วนหลิงเทียนเดินมาถึงที่เปลี่ยว ร่าง 2 ร่างก็วูบมาปรากฏขวางทางเขาเอาไว้หนึ่งหน้าหนึ่งหลัง แววตาพวกมันแต่ละคนยังมองเขาด้วยความกระหาย…
เป็นหลิวจั่วหลิน กับชายชราผู้ติดตาม
“พวกเจ้าสองคนตามข้ามาแบบนี้ มีธุระอะไรงั้นเหรอ?”
ถึงแม้หลิวจั่วหลินกับชายชราจะปรากฏตัวขวางทางเขาเอาไว้แบบนี้ ต้วนหลิงเทียนก็ยังไม่ยี่หระ กล่าวถามออกไปด้วยสีหน้าน้ำเสียงเฉยเมย