เพราะสุดท้ายแล้วตอนนี้อาการบาดเจ็บของต้วนหลิงเทียนก็มากขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายไม่เพียงแต่จะบอบช้ำ สติยังพร่าเลือนลงทุกที ที่ยังยืนหยัดอยู่ได้เป็นเพราะเจตจำนงอันเข้มแข็งไม่ยอมแพ้ดั่งเหล็กกล้า ฝืนประคองสติดูดซับพลังฟ้าดินเพื่อชดเชยพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดที่ไหลออกไปปานเทน้ำทิ้ง!
อนิจจาแม้ต้วนหลิงเทียนจะใช้ปฐมเวทย์กลืนกินเพื่อดูดซับพลังวิญญาณฟ้าดิน เพาะสร้างพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดเพิ่มเติม แต่เขาก็ไม่อาจคงสภาพดังกล่าวได้อีกนานนัก…
‘หรือวันนี้…ข้าต้วนหลิงเทียนต้องมาจบสิ้นที่นี่?’
ในขณะที่กำลังฝืนประคองสภาพอย่างกล้ำกลืน ต้วนหลิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสิ้นหวังมากขึ้นเรื่อยๆ
ครั้งนี้กระทั่งเขาใช้พลังจากกระบี่หลิงหลง 7 เปลี่ยน ซึ่งเป็นถึงอดีตอุปกรณ์เทพแล้ว แต่เขาก็ยากจะต้านทานพลังทำลายล้างสองขุมเบื้องหน้าได้…
หากพวกมันมาทีละอย่างเขายังพอทน แต่พวกล่อถล่มเข้ามาพร้อมๆกันไม่มีหยุดเป็นชุดแบบนี้ เขาก็ไม่ไหวจะต้าน!
‘ต้วนหลิงเทียนหนอต้วนหลิงเทียน…แกจะมาสำนึกตอนนี้ก็สายไปแล้ว…เจ้าเมืองหลิ่วก็บอกอยู่ทนโท่ว่าตอนเริ่มเข้าใกล้เพลิงอมตะจะเจอกับอะไร…’
‘หากค่อยๆเข้ามาแต่แรก สุดท้ายถึงจะทานรับต่อไม่ไหว แต่อย่างน้อยๆก็ยังสามารถถอยได้ทันเหมือนเจ้าเมืองหลิ่ว…’
พอนึกถึงเรื่อนี้ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขื่นขมในใจ