หลิ่วเฟิงกู่เล่าขั้นตอนทุกอย่างให้เขาฟังชัดเจน หากแต่เขาคิดว่ามันคงไม่เท่าไหร่ กระทั่งเชื่อว่าหากลงมือเต็มกำลังสมควรฝ่าการต่อต้านทั้งหลายของเพลิงอมตะ และเข้าไปรวบรวมมันได้ทันทีเป็นแน่…
มาตอนนี้เขาพึ่งจะสำนึกว่าชะล่าใจเกินไป!
และราคาที่ต้องจ่ายจากการชะล่าใจครั้งนี้ ก็คือทำให้เขาต้องมาตกอยู่ในห้วงวิกฤตเป็นตาย! กระทั่งตอนนี้ยังเริ่มสูดได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายชัดขึ้นทุกขณะ!!
‘เพลิงอมตะนี่มันมีระดับอะไรกันแน่…หากเป็นเพลิงอมตะระดับต่ำ ต่อให้จะเป็นเพลิงอมตะระดับต่ำที่หาได้ยากขนาดไหน ก็สมควรเป็นอะไรที่ระดับพลังในตอนนี้ของข้ากำราบมันได้ง่ายๆ…’
จังหวะนี้ต้วนหลิงเทียนยังตระหนักได้ถึงความไม่ธรรมดาของเพลิงอมตะเบื้องหน้า หลังต้องเผชิญกับห่าอุกกาบาตและพายุฝุ่นทรายที่มันใช้เพื่อต่อต้านเขา
ใจเขายังยืนยันได้เรื่องหนึ่ง…
กลุ่มก้อนเปลวเพลิงสีเทาเบื้องหน้า ไม่มีทางเป็นเพลิงอมตะระดับต่ำได้แน่!
พลังอำนาจในการต่อต้านของเพลิงอมตะระดับต่ำ ไม่มีวันรุนแรงได้ถึงขนาดนี้!
‘หรือ…ข้าต้วนหลิงเทียนต้องจ่ายราคาความชะล่าใจครั้งนี้ด้วยชีวิตจริงๆ?’
เมื่อพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดในร่างพร่องลงจนพลังขาดห้วง ค่ายกลกระบี่สลายตัว ทำให้สัมผัสได้ถึงพลังอันรุนแรงเกรี้ยวกราดที่กำลังโถมเขาใส่เขารอบทิศทางชัดเจน ในใจต้วนหลิงเทียนก็เริ่มเต็มไปด้วยความสิ้นหวังทั้งยังรู้สึกสำนึกเสียใจนัก!
เสียใจที่มั่นใจในตัวเองเกินไป!