ได้ยินเสียงหัววเราะทั้งสัมผัสได้ถึงความคิดฆ่าฟันที่คุกรุ่นขึ้นมาในแววตาขอหลิ่วเฟิงกู่ โจวทงก็ตระหนักได้ถึงวิกฤต สีหน้าเริ่มเปลี่ยนไปกลับกลาย ยังตะคอกเสียงเย็นยกอ้างผู้ว่ามาข่มขู่ หมายให้หลิ่วเฟิงกู่บังเกิดอาการคิดเขวี้ยงมุสิกกริ่งเกรงภาชนะเสียหาย…
“หากข้าฆ่าเจ้าให้ตายคามือได้…ต่อให้ผู้ว่าจะประหารข้าตาย ข้าก็ไม่เสียดายชีวิต!!”
ได้ยินคำขู่ดังกล่าวของโจวทง หลิ่วเฟิงกู่ก็กลั้นเสียงหัวเราะ ค่อยหันไปมองโจวทงด้วยสีหน้าสงบ กล่าวคำด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด!
วาจาดังกล่าวของหลิ่วเฟิงกู่ เสมือนคนไม่สนความเป็นตายของตัวแล้ว!
วูบ!
โจวทงที่พบว่าหลิ่วเฟิงกู่ไม่คล้ายพูดเล่น สีหน้าก็เปลี่ยนไปในฉับพลัน พอเอ่ยคำออกมาอีกครั้งก็ไม่ข่มขู่อีกต่อไป หากแต่เป็นการวิงวอนร้องขอแทน “หลิ่ว…เจ้าเมืองหลิ่วข้าสำนึกผิดแล้ว ตอนนั้นข้ามิควรทำกับศิษย์เจ้าเช่นนั้นเลย ข้าขออภัยต่อเจ้า ยังขออภัยต่อศิษย์เจ้า…”
“เอาเช่นนี้ดีหรือไม่…วันนี้ขอเพียงเจ้าไว้ชีวิตข้าสักครั้ง และบอกให้ต้วนหลิงเทียนเมตตาปล่อยข้าไปสักครา ข้ายินดีออกเดินทางท่องหล้าเพื่อตระเวนหาศิษย์ประเสริฐมาให้เจ้าสักคนเพื่อชดใช้ ดีหรือไม่?”
“นอกจากนี้มิว่าเจ้าต้องการให้ข้าชดใช้ค่าเสียหายเท่าใด…ข้ายินดีให้สัญญากับเจ้าว่าจักหามาให้ตกลงไหม?”