“ปิงเอ๋อมิว่าเจ้ามีเรื่องใดในใจเพียงบอกข้าเถิด…ไม่ว่ามันจะหนักหนาเพียงใดข้าจักอยู่ข้างเจ้าเสมอ และหากเจ้าไม่อยากให้อาจารย์เจ้ารู้ข้าก็จะไม่พูด”
ประมุขนิกายสือหังเซียน พอเห็นความลังเลใจของมู่หรงปิง ก็เสมือนให้ยานางได้ทันเวลา…
“ท่านอาจารย์ป้า…ข้า ร่างกายข้าไม่บริสุทธิ์อีกแล้ว…”
เมื่อเห็นว่าความห่วงใยและคววามกังวลใจในสีหน้าแววตาของประมุขนิกายสือหังเซียนยิ่งมายิ่งมาก มู่หรงปิงก็ไม่ลังเลใจอะไรสืบไป เลือกจะกล่าวบอกออกไปตามตรง
วูบ!
และแทบจะทันทีที่เสียงกล่าวของมู่หรงปิงดังจบคำ สีหน้าท่าทีของประมุขนิกายสือหังเซียนก็เปลี่ยนไปใหญ่หลวง แลดูอัปลักษณ์ปั้นยากนัก!
“ผู้ใด! ผู้ใดทำเจ้า!!”
แววตาของประมุขนิกายสือหังเซียนยามนี้ท่วมท้นไปด้วยเจตนาฆ่าฟันอันอำมหิตนัก
แน่นอนว่าเป้าของเจตนาฆ่าฟันอำมหิตดังกล่าวไม่ใช่มู่หรงปิง แต่เป็นบุรุษที่พรากความบริสุทธิ์ของมู่หรงปิงไป!
ในนิกายสือหังเซียนนั้น หากเสียความบริสุทธิ์ไม่ใช่หญิงพรหมจรรย์ ก็ไม่อาจขึ้นดำรงตำแหน่งประมุขได้อีกต่อไป!!
ถึงแม้ตัวนางจะดำรงตำแหน่งประมุขนิกายสือหังเซียนอยู่ ก็ไม่อาจช่วยมู่หรงปิงให้รอดพ้นกฏเณฑ์ปฏิบัติแต่โบราณได้ เนื่องเพราะผู้ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งประมุขนั้น ต้องถูกอาวุโสผู้เฒ่าหลายคนตรวจสอบพรหมจรรย์ก่อนเข้าสู่พิธีสืบทอด…
หากร่างกายไม่บริสุทธิ์ ไม่ใช่สตรีพรหมจรรย์ ก็ไม่มีวันได้ขึ้นเป็นประมุขนิกายสือหังเซียน!