นิกายสือหังเซียนในฐานะที่เป็นนิกายสตรีล้วน แม้จะไม่ค่อยได้ยุ่งเกี่ยวกับชีวิตของเหล่าศิษย์มากนัก แต่ก็มีข้อห้ามเด็ดขาดสำหรับศิษย์สาวก…ว่าไม่ให้นำเรื่องส่วนตัวมาทำให้นิกายเสื่อมเสียเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวประมุข!
ประมุขนิกายต้องถือครองพรหมจรรย์เท่านั้น!
เพราะในตอนที่บรรพชนผู้ก่อตั้งนิกายตรากฏนี้ขึ้น ทั้งหมดเป็นเพราะรู้ดีว่าหากสตรีแต่งงานหรือมีคนรัก ย่อมไม่อาจอุทิศกายใจเพื่อนิกายสือหังเซียนได้ และสุดท้ายไม่พ้นนิกายสือหังเซียนต้องตกอยู่ในน้ำมือของบุรุษผู้เป็นสามีประมุขแน่…
สุดท้าย ‘รอยรั่วเท่ารูมด ยังทำให้ทำนบทลาย’ นิกายสือหังเซียนไม่พ้นต้องล่มสลายในสักวัน
“มันเป็นอุบัติเหตุ”
มู่หรงปิงถอนหายใจออกมาอย่างทดท้อ ในใจเริ่มปรากฏกร่างชายหนุ่มในชุดสีม่วงขึ้นมาอีกครั้ง และพอปรากฏขึ้นมา ใจก็ยากละวางไม่อาจลบเลือนให้หายไปโดยง่าย
เป็นเพราะร่างชายหนุ่มในชุดสีม่วงนี้เอง ที่ทำให้นางเกิด ‘มารในใจ’ ระหว่างบ่มเพาะพลัง เกือบทำให้ธาตุไฟเข้าแทรกนางจนเสียสติหลายครั้ง…
“ถึงจะเป็นอุบัติเหตุ…แต่เจ้าเล่ามาให้อาจารย์ป้าฟังเถอะว่าที่แท้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ประมุขนิกายสือหังเซียนกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
มู่หรงปิงพยักหน้า ก่อนที่จะเริ่มเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดในตอนนั้นให้ประมุขนิกายสือหังเซียนฟัง
เป็นธรรมดาว่านางไม่เอ่ยนามของบุรุษผู้นั้นออกมา