เพราะนางรู้ดีว่าหากเอ่ยนามของอีกฝ่ายออกมา บุรุษผู้นั้นไม่พ้นต้องตายแน่…
“ที่แท้ต้นตอของปัญหาทั้งหมดล้วนเกิดจากไม้ปัดฝุ่นกวาโลกาของนิกายสือหังเซียนเรา…ปิงเอ๋อ เป็นนิกายที่สร้างปัญหาให้เจ้าแล้ว…”
ประมุขนิกายสือหังเซียนกล่าว
“เป็นข้าประมาทเกินไป หากข้าไม่ทำลายร่างกายของราชาอมตะนิกายสราญรมย์ผู้นั้นอย่างวู่วาม คงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น…”
มู่หรงปิงส่ายหัว
“ปิงเอ๋อ แล้วบุรุษผู้นั้นเล่า มันเป็นใครมาจากไหน…เรียกว่าอะไร?”
ประมุขนิกายสือหังเซียนมองถามมู่หรงปิง
ในขณะที่กล่าวถาม ลึกลงไปในแววตาของนางก็เผยเจตนาฆ่าฟันออกมาชัดเจน
“ข้ามิรู้ว่ามันเป็นใครมาจากไหน…”
มู่หรงปิงส่ายหัวไปมาพลางกล่าวออกด้วยน้ำเสียงจนปัญญา ทว่าขณะกล่าววาจาประโยคท้ายแววตานางสั่นไหวไปเล็กน้อย “ข้า…ไม่รู้กระทั่งชื่อของมัน”
“ปิงเอ๋อ แต่เล็กจนโตยามเจ้าโกหกอะไร แววตาเจ้าจะสั่นไหวตอนพูดเสมอ…ดูเหมือนว่าเจ้าจะรู้ชื่อของมัน”
ประมุขนิกายสือหังเซียนกล่าว
“อาจารย์ป้าทั้งหมดล้วนเป็นความผิดของข้าเอง มิได้เกี่ยวข้องอันใดกับมัน…มันไม่ได้บังคับข้า กระทั่งมันยังเป็นเหยื่อในเรื่องครั้งนี้”
มู่หรงปิงกล่าว
“ยาโถวน้อยเจ้าใจดีเกินไปแล้ว…กับบุรุษผู้นั้น มีแต่เจ้าต้องฆ่ามันทิ้งเสีย เพื่อที่มันจะไม่มีวันไปแพร่กระจายข่าวลือและทำลายชื่อเสียงของเจ้า!!”