ประมุขนิกายสือหังเซียนกล่าวออกเสียงเหี้ยม “ต่อไปเจ้าต้องเรียนรู้เรื่องหนึ่ง…เพื่อขจัดภัยซ่อนเร้นใดๆ ให้บีบคอทารกคาเปลก็ต้องทำ!”
“เจ้าบอกข้ามาเถอะว่าบุรุษผู้นั้นมันชื่ออะไร…หากเจ้าใจอ่อนมิอาจหักใจลงมือ เช่นนั้นอาจารย์ป้าจะเข่นฆ่ามันเพื่อมิให้เจ้าต้องเกิดปัญหาในภายภาคหน้าเอง!”
ขณะกล่าวกับมู่หรงปิง ในแววตาของประมุขนิกายสือหังเซียนก็ฟุ้งตลบไปด้วยเจตนาฆ่าฟันอันน่ากลัว
“อาจารย์ป้า ท่าน…ท่านอย่าได้บีบคั้นข้าเลย”
มู่หรงปิงกล่าวออกด้วยน้ำเสียงขื่นขม
“ปิงเอ๋อ…เจ้า…เจ้าหลงบุรุษผู้นั้นเข้าแล้วหรือ!?”
ทันใดนั้นราวกับฉุกคิดอะไรขึ้นได้ สีหน้าท่าทีของประมุขนิกายสือหังเซียนเปลี่ยนไปใหญ่หลวงนัก
เนื่องเพราะมีแผลในใจเรื่องที่พี่สาวฝาแฝดฆ่าตัวตายจากไป นางจึงชิงชังบุรุษทั้งใต้หล้า! ขณะเดียวกันนางก็ไม่อยากให้หลานสาวของนางต้องกระทำผิดซ้ำรอยเดิมของพี่สาวฝาแฝดนางในตอนนั้น!!
มารดาต้องทนทุกข์ทรมานมาแล้วครั้งหนึ่ง…
อย่าให้ความทรมานดังกล่าวต้องมาเกิดขึ้นกับลูกสาวอีกเลย!
“หลง?”
ได้ยินคำของประมุขนิกายสือหังเซียน สอตางามของมู่หรงปิงก็สั่นไหวเล็กน้อย ค่อยกลายเป็นพร่ามัวเลื่อนลอย ในใจปรากฏร่างม่วงผุดขึ้นมาอีกครั้ง
ข้าหลงมันเข้าแล้วหรือ?
สุดท้ายนางที่ถามใจตัวเอง ก็ไม่อาจตอบคำถามข้อนี้ได้…
อย่างไรก็ตามมีเรื่องหนึ่งที่นางสามารถตอบได้อย่างมั่นใจ