ฟังจากเสียงตะโกนแล้ว คล้ายมีโมโหรวมถึงเจ็บแค้นแทนบิดาบุญธรรมที่ถูกปฏิเสธไม่น้อย…
“ต้วนหลิงเทียน”
โจวทงที่มองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาเยียบเย็นกล่าวสืบต่อว่า “เจ้าอย่าได้หลงคิดว่าเรื่องราวเมื่อครึ่งปีก่อน มันจบลงเพียงเพราะเจิ้งชิวแบกหม้อก้นดำให้เจ้า…ข้าจักบอกเจ้าเอาไว้ที่นี่ตรงนี้ กระทั่งเจิ้งชิวเองมันยังเอาตัวไม่รอด!!”
“ไม่ต้องกล่าวถึงเจ้า!!”
วาจาท้ายประโยคของโจวทง น้ำเสียงยังหนักแน่นเอาเรื่องนัก!
“อาวุโสเจิ้งชิว นี่ขนาดท่านยังเอาตัวไม่รอดเลยหรือ?”
ได้ยินคำของโจวทง ต้วนหลิงเทียนก็ทำทีเป็นหันไปมองเจิ้งชิวข้างๆอย่างไม่รู้ตัว ก่อนที่จะทำสีหน้าเหรอหราราวกับไม่เชื่อ ด้านเจิ้งชิวก็ยืนนิ่งไม่เผยทีท่าอะไรจากวาจาของโจวทงทั้งสิ้น ราวกับที่อีกฝ่ายพูดก็แค่ลมที่ผายออก…
“ฮึ่ม!”
พอเห็นว่าต้วนหลิงเทียนหันไปมองเจิ้งชิวด้วยสีหน้าแววตาราวกับไม่เชื่อคำพูดของมัน และพอเห็นว่ากระทั่งเจิ้งชิวก็แลดูไม่อีนังขังขอบทำราวกับวาจาของมันเมื่อครู่แค่ผายลม มันก็หัวร้อนหนักนัก! แผดคำออกมาด้วยโทสะเสียงเหี้ยมว่า “เจิ้งชิว เมื่อครึ่งปีก่อนตอนที่เจ้าแบกหม้อก้นดำแทนต้วนหลิงเทียน…เจ้าสมควรมีคำอธิบายดีๆให้ข้าฟังแล้วใช่หรือไม่?”
“เพราหากเรื่องนี้เจ้าไม่อาจหาคำอธิบายดีๆมาให้ข้าฟังได้…เจ้าสมควรรู้ดีว่าข้าจักทำเช่นไร!”
หลังพูดจบ สีหน้าแววตาของโจวทงก็แลดูเย็นชาน่ากลัวเป็นที่สุด!