เจิ้งชิวส่ายหัวไปมาพลางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าบอกเจ้าไว้แต่แรกแล้ว ว่าหลังจากที่มาถึงเมืองประจำมณฑลจิ่วโยว…ข้าจะไปบอกท่านผู้ว่าเอาไว้ให้ ว่าเจ้าไม่อยากเป็นศิษย์ของโจวทง…กันไม่ให้มันมาบีบคั้นเจ้า และนั่นถือว่าเป็นการตอบแทนเรื่องที่ข้าติดค้างเจ้า”
“กล่าวได้ว่า…ตั้งแต่ตอนที่ข้าพาเจ้าไปส่งที่หลุมมังกรซ่อน หนี้ระหว่างเราก็หายกันไปเรียบร้อย”
เจิ้งชิวกล่าวต่อ
ต้วนหลิงเทียนเองพอได้ฟังก็นึกขึ้นได้ ว่าเจิ้งชิวบอกเขาถึงเรื่องนี้ตั้งแต่แรกก่อนที่จะพาเขากับฉินอวี่มาทิ้งไว้ที่ห้องรับแขก และไปหาผู้ว่าเพียงลำพัง
“ในเมื่อระหว่างเราไม่ติดค้างอะไร…แล้วไฉนอาวุโสเจิ้งชิวยังมาแบกหม้อก้นดำให้ข้าอีกเล่า?”
ในใจต้วนหลิงเทียนยิ่งมายิ่งเต็มไปด้วยความสับสน
และเขาตระหนักได้รางๆว่าเรื่องนี้มีลับลมคมในมากกว่าที่ตาเห็น
ไม่ต้องกล่าวถึงการที่อีกฝ่ายจะช่วยเขาหลังชำระหนี้ เขาคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้เลยที่อาวุโสเจิ้งชิวจะยอมบาดหมางกับโจวทงเพราะเรื่องที่ติดค้างกับเขาด้วยซ้ำ!
เพราะสุดท้ายแล้วอาวุโสเจิ้งชิวกับเขา ก็ถือได้ว่าเป็นแค่คนรู้จักกันเท่านั้น
“เรื่องนี้ไว้ข้าจะเล่าให้เจ้าฟังภายหลัง”
เจิ้งชิวมองจ้องต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาลึกล้ำเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ตอนนี้ข้าเพียงสงสัย…ว่าไฉนเจ้ายังเลือกที่จะลงมือทำร้ายโจวเฟยอย่างรุนแรงถึงขั้นตัดแขนตัดขามัน ทั้งๆที่เจ้าเอก็สมควรรู้กฏของหลุมมังกรซ่อนอยู่แล้ว…”