“ไอ้หนูเอย…พึ่งมาถึงแท้ๆ ไฉนไม่หัดสงบเสงี่ยมเจียมตัวหน่อยเล่า เจ้าจะทุบตีโจวเฟยชิงห้องที่ดีที่สุดก็กระทำไปไม่มีผู้ใดว่า ไยต้องลงมือดุร้ายถึงขั้นหั่นแขนขาผู้คนเสียอย่างนั้นกัน! นี่มันผิดต่อกฏที่ท่านผู้ว่าตราไว้เพราะไม่อยากให้มีการรังแกผู้ที่ด้อยกว่าแล้ว..”
“ยิ่งไปกว่านั้น เจ้ายังต่างอะไรกับลูบคมโจวทงนั่นเข้าอย่างจัง!”
“เจ้าหนู…นับว่าทำให้ข้าไปไม่เป็นแล้วจริงๆ แบบนี้ข้าจะช่วยเจ้าอย่างไร คงได้แต่ภาวนาให้เจ้าเถอะ…”
หลังพึมพำกล่าวไปด้วยความอับจนพักหนึ่ง เจิ้งชิวก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนล้า
ถึงแม้มันจะมีความประทับใจอันดีต่อต้วนหลิงเทียนไม่น้อย และคิดจะคอยช่วยเหลือต้วนหลิงเทียนเป็นพิเศษในบางเรื่อง
แต่คราวนี้เรื่องที่ต้วนหลิงเทียนก่อ นับว่าเกินกำลังมันจะช่วยจริงๆ
ภายในห้องรับรองของคฤหาสน์ผู้พิทักษ์จวนผู้ว่า โจวทง…
“เจ้าว่าอะไรนะ ท่านพ่อบุญธรรมของข้าออกไปตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อนยังไม่กลับรึ?”
หลังถูกทำร้าย โจวเฟยก็หอบหิ้วความคับข้องใจเดินทางมาที่นี่หมายฟ้องบิดาบุญธรรมอย่างโจวทงทันที แต่พอได้รับทราบจากผู้ดูแลในบ้าน สีหน้ามันก็อดไม่ได้ที่จะมืดคล้ำดำลง…
“แล้วนี่ท่านพ่อบุญธรรมไปทำธุระที่ใดกันแน่…ไฉนไม่ได้แจ้งอะไรไว้เลย?”
โจวเฟยกล่าวถามผู้ดูแลเสียงเข้ม