สิ้นเสียงกล่าวด้วยอำมหิตของโจวเฟย ทุกคนก็หันไปมองจ้องต้วนหลิงเทียนทันที เพื่อรอดูว่าต้วนหลิงเทียนจะเอายังไง
“ดูเหมือนโจวเฟยจะมีโมโหแล้วจริงๆ…”
“ไม่รู้ไอ้หน้าขาวจากเมืองเฉวี่ยโยวนั่นมันจะเลือกทางไหน…หากมันตัดแขนตัวเองแต่โดยดีก็สามารถฟื้นตัวรักษาได้ในเวลาไม่นาน แต่ถ้ามันไม่ทำ ไม่เพียงแต่โจวเฟยจะกระชากแขนขามันให้ขาด ยังจะทรมานมันด้วย ทีนี้แม้มันจะต่อแขนต่อขาได้แต่คงต้องใช้เวลานานนัก”
“เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือ…ตัดแขน กับกระชากแขนให้หลุดนั้นมันต่างกันคนละเรื่อง! หากแผลตัดเรียบสนิทคิดเชื่อมประสานก็ง่ายนิดเดียว ยังสามารถหายดีได้ในเวลาอันสั้น…แต่ถ้าถูกกระชากขาดล่ะกก็ เช่นนั้นก็ต้องใช้เวลารักษายากฟื้นฟูแล้ว…”
“ใช่ ความยากในการรักษาแขนที่ถูกกระชากนั้นยากกว่าถูกตัดทิ้งไม่น้อยเลย…”
…
เหล่าผู้คนในหลุมมั่งกรซ่อนล้วนสงสัยนัก ว่าต้วนหลิงเทียนจะเลือกทางไหน
มีเพียงคนเดียวที่เผยแววตานิ่งสงบ และรู้แต่แรกว่าต้วนหลิงเทียนจะเลือกทางไหน
คนผู้นั้นก็คือฉินอวี่
‘จินเซียนตะวันเหลืองอายุไม่ถึงร้อยปี…น่าเสียดายจริงๆ ที่มันเจอใครไม่เจอดันมาเจอสัตว์ประหลาดอย่างต้วนหลิงเทียน’
ฉินอวี่ลอบกล่าว
“ไอ้หนูจากเมืองเฉวี่ยโยวนั่น หลังได้เห็นความดุร้ายของโจวเฟยแล้ว…ใช่มันจะยอมสยบแต่โดยดีหรือไม่?”
“ตราบใดที่มันเป็นคนฉลาดมันย่อมเลือกจะตัดแขนตัวเองและเร่งคุกเข่าโขกหัวขอความเมตตาอยู่แล้ว”
“จากที่ดูมันน่าจะเป็นคนฉลาด”