ต้วนหลิงเทียนกับฉินอวี่ที่เดินตามเจิ้งชิวมาถึงหน้าประตูจวนผู้ว่า เหล่าทหารที่เฝ้าประตูหน้าจวนเป็นแถว ก็ประสานมือคารวะกล่าวทักทายเจิ้งชิวอย่างพร้อมเพรียง ทุกคนมาในชุดเกราะสีทองแลดูขึงขัง จากการเคลื่อนไหวที่แลดูเป็นหนึ่งเดียวและพร้อมเพรียงเมื่อครู่ บอกให้รู้ว่าพวกมันมีระเบียบวินัยมากแค่ไหน
“ท่านผู้อาวุโสเจิ้งชิว”
ไม่เพียงแต่เหล่าทหารที่เฝ้าประตูหน้าจวนเท่านั้น กระทั่งผู้คนที่สัญจรเข้าออกผ่านจวนพอดี เมื่อเห็นเจิ้งชิว พวกมันก็เร่งประสานมือคารวะทักทายเร็วไว แลดูให้ความเคารพนัก
เรื่องนี้ต้วนหลิงเทียนก็ไม่ได้แปลกใจอะไร
ท้ายที่สุดแล้วเจิ้งชิวก็เป็นถึงอาวุโสฝ่ายใน
ยิ่งไปกว่านั้นนอกจตากฐานะแล้ว พลังฝีมือของเจิ้งชิวยังได้รับการยอมรับอีกด้วยว่าเป็นอันดับ 2 ใต้ขอบเขตต้าหลัวจินเซียนของมณฑลจิ่วโยว!
กล่าวอีกอย่างได้ว่า…
ทั่วทั้งมณฑลจิ่วโยวไม่เว้นยอดฝีมือทั้งหมดที่อยู่ในจวนผู้ว่าแห่งนี้ เจิ้งชิวก็คือผู้ที่มีพังฝีมือเป็นอันดับ 4!
ต่อหน้าการดำรงอยู่เช่นนี้ ยังจะมีผู้ใดหาญกล้าดูหมิ่น?
“ผู้อาวุโสฝ่ายในคนอื่นๆกลับกันมาแล้วหรือยัง?”
บริเวณประตูใหญ่หน้าจวน เจิ้งชิวมองถามทหารเฝ้าประตูในชุดเกราะสีทองคนหนึ่งด้วยความสงสัย
“เรียนอาวุโสเจิ้งชิว อาวุโสฝ่ายในอีก 8 ท่านที่เดินทางออกไปครานี้ ได้กลับมาถึงจวนกันหมดแล้วขอรับ”
ทหารคนดังกล่าวตอบกลับเร็วไว
‘ดูเหมือนว่าเมืองเฉวี่ยโยวจะอยู่ไกลกว่าเมืองอื่นเขา…’