ได้ยินคำตอบของทหารเฝ้าประตู ต้วนหลิงเทียนก็คาดเดาได้ไม่ยาก
เขารู้เป็นธรรมดาว่าอาวุโสฝ่ายในอีก 8 คนที่กลับมาก่อนเจิ้งชิว ก็คืออาวุโสฝ่ายในที่รับหน้าที่ทูตพิเศษไปพาตัวรุ่นเยาว์ของอีก 8 เมือง…
“อ้อ”
หลังได้รับคำตอบจากทหาร เจิ้งชิวก็พยักหน้ารับทราบเบาๆ จากนั้นก็เดินนำเข้าไปในจวนผู้ว่าตัวปลิว
ต้วนหลิงเทียนกับฉินอวี่ที่เดินตามไปไม่ห่า ก็ไม่ได้ถูกหยุดขวางแต่อย่างใด
“ทั้งคู่เป็นคนที่ท่านอาวุโสเจิ้งชิวรับตัวกลับมางั้นหรือ?”
“ว่าแต่คราวนี้ท่านผู้อาวุโสเจิ้งชิวไปรับตัวผู้คนจากเมืองใดแล้วนะ…ข้าได้ยินไปรอบหนึ่งแต่กลับลืมเสียแล้ว”
“ผู้อาวุโสเจิ้งชิวเหมือนจะไปรับคนมาจากเมืองเฉวี่ยโยว”
“เอ๋? เมืองเฉวี่ยโยวเหรอ ใช่เมืองที่อดีตที่ปรึกษา หลิ่วเฟิงกู่ ไปดูแลอยู่หรือไม่?”
“ใช่ เมืองนั้นล่ะ! นอกจากนี้เมืองเฉวี่ยโยวยังเป็นเมืองที่อยู่ห่างไกลจากเมืองประจำมณฑลจิ่วโยวของพวกเรามากที่สุด…ข้าล่ะไม่ทราบจริงๆว่าไฉนอดีตที่ปรึกษาหลิ่วต้องออกจากจวนไปเป็นเจ้าเมืองไกลปืนเที่ยงเช่นนั้นด้วย”
“เหอะๆ ข้าได้ยินมาว่าเรื่องนี้มีลับลมคมในมากทีเดียวล่ะ…”
…
หลังเดินเข้ามธรณีประตูจวนผู้ว่ามาแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็ได้ยินเสียงบทสนทนากระซิบกระซาบด้านหลัง
“ฮึ่ม!”
จนเมื่อเจิ้งชิวพ่นลมสบถออกมาเสียงเย็น เสียงซุบซิบทั้งหลายจึงเงียบไปในฉับพลัน แต่ละคนที่ซุบซิบเมื่อครู่ตัวสั่นราวลูกนกตกน้ำ ไม่กล้าแม้จะหายใจแรง