“อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ข้าจะเอาเพลิงอมตะนั่นมาไม่ได้ แต่ข้าก็ได้จัดตั้งค่ายกลไม่กี่ค่ายเพื่อปกปิดสถานที่แห่งนั้นให้มิดชิดยิ่งขึ้น ถึงขั้นที่ต่อให้ตัวตนขอบเขตต้าหลัวจินเซียนเหินผ่านมาและแผ่สำนึกเทวะปูพรมค้นหา ก็มิอาจพบเจอ!”
หลิ่วเฟิงกู่พูดต่อว่า “ในตอนแรกหลังจากข้ารู้ว่าตัวเองยากจะรับเพลิงอมตะนั่นมา ข้าก็คิดว่าจะนำมันมาบอกท่านผู้ว่าเพื่อรับความดีความชอบ…ทว่าพอกลับมาถึง ก็เกิดเรื่องที่ศิษย์คนเดียวของข้าถูกผู้พิทักษ์จวนผู้ว่า โจวทง เข่นฆ่าเสียก่อน”
กล่าวถึงจุดนี้สองตาของหลิ่วเฟิงกู่ก็ลุกโชนขึ้นมาดั่งเพลิงไฟ!
“ตอนแรกข้าคิดใช้เรื่องนี้ไปต่อรองกับท่านผู้ว่าเช่นกัน…ขอเพียงแค่ท่านผู้ว่ายินดีคืนความเป็นธรรมให้ศิษย์ข้า ตัวข้าก็จะบอกสถานที่ซ่อนเพลิงอมตะออกไปอย่างไม่เสียดาย…”
“อย่างไรก็ตาม สุดท้ายผู้ว่าก็เห็นแก่ภาพรวม เพียงแค่ตำหนิโจวทงไม่กี่คำก็จบกัน…จริงอยู่ที่ข้ารู้ดีว่าหากข้าอยู่ในจุดเดียวกับผู้ว่า ข้าเองก็ต้องตัดสินใจจบเรื่องนี้ดุจเดียวกัน เพราะอย่างไรโจวทงก็เป็นหนึ่งเดียวที่ทะลวงถึงขอบเขตต้าหลัวจินเซียนนอกจากผู้ว่า…”
“หลังจากนั้นข้าที่ถูกโจวทงกดดันบีบคั้นลับหลัง…แม้จะไม่ได้ไม่พอใจอะไรกับผู้ว่า แต่ข้าก็ไม่คิดจะบอกผู้ว่าเรื่องเพลิงอมตะอีกต่อไป ข้ายังตั้งใจไว้ว่าวันใดที่ข้าบรรลุถึงต้าหลัวจินเซียน ข้าจะไปรับเพลิงอมตะนั่นมาเอง”
หลิ่วเฟิงกู่เอ่ยถึงจุดนี้ค่อยหยุดลงเล็กน้อย