“นอกจากนี้ ถึงแม้ตอนนี้เจ้าจะเป็นเซียนอมตะสวรรค์ที่สามารถเอาชนะตัวตนขอบเขตจินเซียนได้ง่ายดาย…ทว่าเป็นเพราะความแตกต่างระหว่างเซียนอมตะสวรรค์กับจินเซียนนั้น แม้จะถูกขวางกั้นไว้ถึงหนึ่งขอบเขต แต่มันก็ไม่ได้ห่างกันขนาดนั้น”
หลิ่วเฟิงกู่กล่าวต่อ “แต่ทว่าระหว่างจินเซียนตะวันม่วงกับ ต้าหลัวจินเซียนนั้น ความต่างของมันเสมือนหุบเหวกว้างใหญ่ เป็นหนึ่งก้าวทะยานฟ้าจริงๆ”
“ตัวอย่างเช่น เจ้าในฐานะเซียนอมตะสวรรค์จันทร์ม่วง สามารถเอาชนะจินเซียนตะวันแดงที่ฝึกปรือวรยุทธ์อมตะทั้งเวทย์พลังระดับเหลืองได้ง่ายดาย หากวรยุทธ์กับเวทย์พลังของเจ้ามีระดับลี้ลับ! ทว่าต่อให้เป็นต้าหลัวจินเซียนที่ฝึกปรือวรยุทธ์อมตะทั้งเวทย์พลังระดับเหลือง ก็สามารถฆ่าจินเซียนตะวันม่วงที่มีวรยุทธ์และเวทย์พลังระดับสวรรค์ได้อย่างง่ายดาย!!”
“ความต่างระหว่างจินเซียนตะวันม่วงกับต้าหลัวจินเซียนมันกว้างใหญ่นัก ยากที่จะทะลวงผ่านไปได้…อย่างไรก็ตามเมื่อใดที่สามารถทะลวงผ่านขอบเขตจินเซียนและบรรลุถึงต้าหลัวจินเซียนได้ วันนั้นเจ้าจักได้รับการยอมรับว่าเป็นขุมพลังคนหนึ่งของระนาบเทวโลกอย่างแท้จริง…เพราะไม่ว่าจะอย่างไรตอนนั้นเจ้าก็มีพลังอำนาจมากพอจะดูแคลนผู้ที่อยู่ในขอบเขตจินเซียนลงไปได้แทบทั้งหมด!”
วาจาของหลิ่วเฟิงกู่ทำให้ต้วนหลิงเทียนได้ตระหนักถึงช่องว่าง ระหว่างต้าหลัวจินเซียนกับจินเซียน…
ช่างกว้างใหญ่นัก