“ไม่ใช่ว่าข้าประเมินเจ้าสูงไป…แต่เจ้ามีศักยภาพมากพอที่จะกระทำเช่นนั้นได้จริงๆ!”
หลิ่วเฟิงกู่มองจ้องต้วนหลิงเทียน ค่อยกล่าวเปลี่ยนเรื่องออกมาว่า “ว่าแต่น้องหลิงเทียน หลังเจ้าออกจากการปิดด่าน คนในจวนมารายงานว่าเจ้าออกไปข้างนอกมาหรือ…ไปทำอันใดมาบ้างเล่า?”
“พอดีข้าไปซื้อพวกยันต์อมตะเก็บความทรงจำมาน่ะ ทั้งหมดเป็นพวกเรื่องพื้นฐานที่สมควรรู้เท่านั้น เพราะอย่างไรข้าก็พึ่งขึ้นสวรรค์มาจึงไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไรสักเท่าไร…”
ต้ววนหลิงเทียนตอบ
“ก็จริง…”
หลิ่ววฟิงกู่พยักหน้า “ข้าเองตอนที่พึ่งขึ้นมายังหลิงหลัวเทียนก็เหมือนกัน…กระทั่งทำงานในเหมืองหินอมตะที่เมืองอื่นในทณฑลจิ่วโยวจนครบกำหนดและได้รับอิสระภาพคืนมาสักพักนั่นล่ะ ถึงจะพอเข้าใจเรื่องราวพื้นฐานต่างๆบนหลิงหลัวเทียน”
“เจ้าเมือง ท่านก็เป็นผู้ที่ขึ้นสวรรค์มาเช่นกันหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“ใช่”
หลิ่วเฟิงกู่พยักหน้า แววตาเริ่มพร่ามัว เอ่อคลอไปด้วยความคิดถึงประการหนึ่ง “ในตอนนั้นข้าที่พึ่งขึ้นมายังหลิงหลัวเทียน กว่าจะรู้อะไรก็ต้องใช้เวลาไปกว่าพันปี…เพราะข้าไม่มีความสามารถเหมือนเจ้า จึงถูกจับไปเป็นแรงงานในเหมืองไม่ได้ไปไหน…ถามใครก็มีแต่คนไม่รู้เหมือนข้า…”
“กว่าพันปีแล้ว…แต่เจ้าเมืองยังไม่อาจทะลวงถึงต้าหลัวจินเซียนอีกหรือ!?”