หลังจากตระเวนซื้อยันต์เก็บความทรงจำได้มากมาย ต้วนหลิงเทียนก็เดินทางกลับจวนเจ้าเมือง และเตรียมกลับไปยังคฤหาสน์ที่หลิ่วเฟิงกู่อาศัยอยู่ อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้คิดกลับไปยังห้องอันเป็นสถานที่บ่มเพาะส่วนตัวของเจ้าเมืองเฉวี่ยโยวอีกต่อไป แต่คิดกลับไปยังบ้านพักที่หลิ่วเฟิงกู่ตระเตรียมไว้ให้เขาแทน
แม้จะได้ฟังมาว่ามันเป็นที่พักเอาไว้สำหรับรับรองแขก แต่ก็เป็นบ้านลานขนาดกว้างขวางมีห้องพักมากมายน้องๆคฤหาสน์เลยก็ว่าได้
“ใต้เท้าต้วนหลิงเทียน!”
“ใต้เท้าต้วนหลิงเทียน!”
ยามสองคนที่ยืนเฝ้าประตูทางเข้าบ้านลาน เดิมทีก็แน่นิ่งไม่ไหวติงประหนึ่งเทพพิทักษ์ประตู แต่พอเห็นต้วนหลิงเทียนก้าวอาดๆเข้ามา พวกมันก็เร่งประสานมือโค้งคารวะทักทายต้วนหลิงเทียนด้วยน้ำเสียงมากเคารพทันที
“หือ? พวกเจ้ารู้จักข้าด้วยหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนอดมองไปยังยามเฝ้าประตูทั้ง 2 ด้วยความประหลาดใจไม่ได้ เพราะเขาจำได้ว่าตอนที่หลิ่วเฟิงกู่พาเขามาที่นี่ครั้งแรกเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ยามที่เฝ้าประตูวันนั้นไม่ใช่สองคนนี้
“เรียนใต้เท้าต้วนหลิงเทียน หลังจากที่ท่านมาถึง ใต้เท้าเจ้าเมืองก็ได้สั่งให้คนนำภาพเหมือนของท่านไปติดไว้ทั่วทุกที่ในจวนเจ้าเมือง…ยังกำชับทุกคนในจวนไว้อีกว่าหากเห็นท่าน ให้ปฏิบัติเสมือนเห็นใต้เท้าเจ้าเมืองมาเอง หากผู้ใดกล้าเสียมารยาทต่อท่าน ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ในจวนอีกต่อไป…”