“ในฐานะที่เจ้าเองก็อยู่กับข้ามานาน ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่มีความคิดอะไรทำนองนั้นเช่นกัน ลักษณะนิสัยของต้วนหลิงเทียนเจ้าสมควรเห็นแล้วว่าดื้อรั้นเพียงใด คนเช่นนี้ยอมตายไม่ยอมสยบ มันไม่มีวันยอมส่งวรยุทธ์ทั้งเวทย์พลังเพราะถูกบังคับแน่…”
“อีกทั้งในบรรดาผู้ที่พึ่งขึ้นสวรรค์มานับแสนๆคน ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องพลังฝีมือ เอาแค่สามารถขึ้นสวรรค์มาได้ก่อนอายุจะครบร้อยปีก็หาได้ยากแล้ว…อนาคตของมันย่อมไร้ขีดจำกัด! แทนที่จะเป็นศัตรูกับตัวตนเช่นนี้ ดีเสียกว่าที่เจ้าจะผูกมิตรเอาไว้…”
“เจ้าว่าเช่นนั้นหรือไม่?”
กล่าวถึงท้ายประโยค สายตาที่หลิ่วเฟิงกู่ใช้มองเหมียวไหลหลงก็แหลมคมนัก ราวกับกำลังข่มขู่ด้วยสายตาอย่างไรไม่ทราบ
ใจเหมียวไหลหลงดิ่งลงทันใด และถึงมันจะไม่เต็มใจแค่ไหนก็ตาม แต่มันก็ไม่กล้าเปิดเผยออกมาให้เห็น “เคารพมิสู้เชื่อฟัง ข้าเห็นด้วยกับท่านเจ้าเมือง…”
“ท่านเจ้าเมือง หากท่านไม่มีอะไรจะบัญชาแล้ว…ข้าขอตัวลา”
เหมียวไหลหลงกล่าวคำอำลาจบ จากนั้นก็เหินร่างออกจวนเจ้าเมืองเข้าทันที
ก่อนที่จะเดินทางไปยังจวนเจ้าเมืองเฉวี่ยโยว ในกระโจมเหมียวไหลหลงมีมันอยู่คนเดียว
แต่ขากลับมันได้แวะพาน้องสาวที่อยู่ในเหลาอาหารไหลเฟิ่งกลับมาด้วย
กระทั่งหลังทั้งคู่กลับมาถึงกระโจมแล้ว ยังให้ทหารที่เฝ้าระวังด้านนอกกระโจมไปตามตัวหยางกงผิงมา…