เหมียวไหลหลงยังคงกล่าวออกมาด้วยสีหน้าท่าทางชอบธรรมและใจกว้างเห็นแก่ส่วนรวม “หาไม่แล้วด้วยนิสัยของข้าที่ท่านเองก็รู้ดี…ตัวข้าไหนเลยจะมีวันปล่อยให้เรื่องเมื่อเดือนที่แล้วจบลงง่ายๆเช่นนี้ได้?!”
“ท่านเจ้าเมือง หากท่านต้องการสอบถามเหล่าผู้ที่พึ่งขึ้นสวรรค์มารอบเดียวกันกับต้วนหลิงเทียน เพื่อยืนยันฐานะต้วนหลิงเทียน เช่นนั้นมิสู้ท่านติดตามข้าไปยังค่ายกองทัพมังกรเงินเลยเล่า? ข้าจะได้ตามตัวผู้ที่พึ่งขึ้นมายังสวรรค์เมื่อเดือนครึ่งรอบเดียวกับต้วนหลิงเทียนมาให้ท่านเพื่อยืนยืน”
เหมียวไหลหลงมองหลิ่วเฟิงกู่พลางกล่าวออกด้วยสีหน้าทั้งน้ำเสียงจริงจัง “เจ้าพวกนั้นจะอย่างไรก็พึ่งขึ้นมายังหลิงหลัวเทียนได้แค่เดือนครึ่งเท่านั้น…ในสายตาของพวกมัน ตัวท่านย่อมมีอำนาจบารมีเหนือกว่าผู้บัญชาการกองทัพมังกรเงินเช่นข้ามากมายนัก…เช่นนั้นพวกมันจึงไม่มีทางเห็นแก่ตัวข้าที่เป็นผู้บัญชาการกองทัพมังกรเงิน จนกล้าโกหกหลอกลวงท่านเจ้าเมืองเป็นแน่!!”
“เอาล่ะ ในเมื่อเจ้ากล่าวมาถึงขนาดนี้แล้ว…เช่นนั้นข้าจะลองติดตามเจ้าไปดู!”
อันที่จริงหลิ่วเฟิงกู่ก็เริ่มเชื่อคำพูดของเหมียวไหลหลงขึ้นมาบ้างแล้ว แต่มันก็ยังตัดสินใจจะไปที่นั่นเพื่อยืนยันด้วยตัวเอง
ก็เป็นดั่งที่เหมียวไหลหลงกล่าว
สำหรับผู้ที่พึ่งขึ้นสวรรค์มายังหลิงหลัวเทียนแห่งนี้ อำนาจบารมีของเจ้าเมืองเฉวี่ยโยว ย่อมเหนือกว่าผู้บัญชาการกองทัพมังกรเงินแน่นอน!