เหมียวไหลเฟิ่งตกใจนัก “สารเลวต้วนหลิงเทียนนั่นมาถึงกับกล้ามาดักท่านกลางทาง…หรือมันเบื่อชีวิตคิดหาที่ตาย?”
“เบื่อชีวิตคิดหาที่ตาย?”
เหมียวไหลหลงส่ายหัว ค่อยหัวเราะออกมาอย่างหดหู่ “ไหลเฟิ่ง พี่ชายของเจ้าคนนี้…เกือบไม่ได้กลับมาแล้ว…”
“อะไร!? สารเลวนั่นมันไปหาคนมาช่วยหรือ!? ใช่ผู้บัญชาการกองทัพมังกรดำเฉินเฉวียนป้าให้ท้ายมันหรือไม่?!”
หน้าของเหมียวไหลเฟิ่งเปลี่ยนไปอย่างมาก
“ไม่มีใครช่วยมันทั้งนั้น”
เหมียวไหลหลงส่ายหัวไปมา ค่อยกล่าวออกด้วยสายตาฉายแววหวาดกลัว “มันมาคนเดียว…หากมันไม่ใช้ทักษะพิสดารฉกชิงอาวุธผู้อื่น พลังของข้านับว่าเหนือกว่ามันเล็กน้อย…”
“แต่พอมันใช้วิธีผีสางนั่นชิงดาบเซียนอมตะข้าไป พลังของข้าก็อ่อนด้อยกว่าของมันทันที…”
“เจ้าเองก็สมควรรู้ดี…ว่าในระดับของข้า ผลต่างของพลังเพียงเล็กน้อยก็มากพอจะตัดสินผลลัพธ์ได้แล้ว…”
ขณะกล่าวประโยคท้าย เหมียวไหลหลงก็ได้แต่คลี่ยิ้มเหยเกออกมา
“อะไร?!”
“สารเลวนั่น…พลังของมัน…เหนือกว่าท่าน?”
ร่างอ้วนดั่งช้างน้ำของเหมียวไหลเฟิ่งสะท้านไปจนไขมันกระเพื่อมเป็นลอน ใบหน้าของนางฉายชัดถึงความตกใจทั้งไม่อยากจะเชื่อ! ขณะเดียวกันนางก็ส่ายหน้าอ้วนๆของนางไม่หยุด ราวกับไม่ยอมรับความจริง!!
“อืม”
เหมียวไหลหลงพยักหน้า
“กระทั่งท่านพี่ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้มันอีกหรือ…เช่นนั้นเรื่องราวครั้งนี้ พวกเราทำได้แค่ลืมมันไปงั้นเหรอ?”