เหมียวไหลเฟิ่งไม่อาจรับความจริงได้โดยง่าย
ไม่นานคล้ายนางคิดอะไรได้ออก สองตานางเผยประกายเรืองวูบ มองกล่าวกับเหมียวไหลหลงว่า “ท่านพี่! ในเมื่อท่านบอกว่าพลังฝีมือของมันเดิมทียังอ่อนด้อยกว่าท่านเล็กน้อย…เช่นนั้นหากเป็นท่านเจ้าเมืองเล่า? มันต้องมิใช่คู่ต่อสู้ของท่านเจ้าเมืองแน่!!”
“ท่านพี่…ท่านไปร้องขอคำอธิบายจากท่านเจ้าเมืองเถอะ! ข้ามิเชื่อ…ว่ามันจะสามารถใช้หนึ่งมือบังฟ้าต่อหน้าท่านเจ้าเมืองได้!!”
กล่าวถึงประโยคท้ายสีหน้าเหมียวไหลเฟิ่งก็แลดูดุร้ายนัก ประกายในแววตานางยิ่งมายิ่งเยียบเย็นอำมหิต!
“ทำไม่ได้!”
แต่เหมียวไหลหลงกับปฏิเสธออกมาเสียงแข็งทันที
“ทำไมเล่าท่านพี่!?”
หน้าเหมียวไหลเฟิ่งเปลี่ยนไปทันใด จาดดุร้ายอำมหิตกลับกลายเป็นความหดหู่สลดใจ “ท่านพี่…หรือท่านพี่จะให้ข้าลืมเรื่องนี้? ท่านพี่…ข้าทำไม่ได้! ข้าไม่อาจทำใจปล่อยวางได้!!”
“ไหลเฟิ่งเอย…ไม่ใช่ว่าพี่ไม่เข้าใจเจ้า แต่ครานี้พี่มิอาจไปหาท่านเจ้าเมืองได้จริงๆ…หากพี่ไปหาท่านเจ้าเมือง เกิดต้วนหลิงเทียนนั่นมันเปิดเผยเรื่องที่พี่มอบเคล็ดวิชาบ่มเพาะระดับเหลืองให้มันไปกับท่านเจ้าเมืองขึ้นมา พวกเราก็จบสิ้นกันแล้ว!”
เหมียวไหลหลงได้แต่เผยยิ้มขื่นขม กล่าวออกเสียงอ่อน “เจ้าเองก็สมควรรู้ดี ฝ่าฝืนคำสั่งส่งมอบเคล็ดวิชาระดับเหลืองออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต…มีโทษหนักหนาสาหัสเพียงใด…”
“ท่านพี่…ไฉน…ท่านถึงส่งเคล็ดวิชาให้มันไปเล่า!?”