สีหน้าเหมียวไหล่เฟิ่งเปลี่ยนไปอีกรอบ
“พี่ยังไม่ส่งให้มันได้หรือ? มันบอกว่า หากพี่ไม่ส่งให้มัน…มันจะฆ่าพี่ทิ้งเสียตรงนั้น!”
เหมียวไหลหลงกล่าวต่อว่า “มันยังบอกอีกว่า…ตัวมันเป็นแค่ผู้ที่พึ่งขึ้นสวรรค์มาได้แค่ครึ่งเดือน หลังฆ่าพี่แล้วมันแค่ออกจากเมืองเฉวี่ยวโยว กระทั่งออกจากมณฑลจิ่วโยวก็จบ ยังต้องกังวลอะไร…”
“ไม่ใช่มันมีวรยุทธ์อมตะทั้งเวทย์พลังเลิศล้ำแล้วหรือไร…ไฉนมันยังต้องการเคล็ดวิชาบ่มเพาะของท่านอีก มิใช่มันสมควรมีเคล็ดวิชาบ่มเพาะเลิศล้ำด้วยหรือ?”
เหมียวไหลเฟิ่งย่อมไม่เข้าใจ ว่าไฉนต้วนหลิงเทียนถึงต้องมาเค้นเอาเคล็ดวิชาบ่มเพาะจากพี่ชายของนางไปแบบนี้
“ข้าเองก็คิดว่ามันสมควรมีเคล็ดวิชาบ่มเพาะเลิศล้ำอยู่แล้ว และสมควรเหนือล้ำยิ่งกว่าผลึกรัศมีลี้ลับหลายขุมด้วยซ้ำ…แต่ที่มันสั่งให้ข้าส่งมอบเคล็ดวิชาออกไป จุดประสงค์ไม่พ้นต้องการให้ข้า คิดเขวี้ยงมุสิกกริ่งเกรงภาชนะเสียหายจนไม่กล้าไปหาท่านเจ้าเมือง…”
เหมียวไหลหลงกล่าวคาดเดาออกมา และยิ่งพูดมันก็ยิ่งคิดว่ามันเข้าใจถูก
“ท่านพี่…ข้าไม่ยอมรับ…ข้าไม่ยอมรับ…”
จังหวะนี้ถึงแม้ปากเหมียวไหลเฟิ่งจะกล่าวออกมาเช่นนั้น แต่น้ำเสียงนางก็อ่อนลงไม่น้อย
เพราะนางเองก็รู้ดีแก่ใจ จากสถานการณ์ในตอนนี้ คิดทวงความเป็นธรรมให้สามีนางนั้น มันยากเย็นยิ่งกว่าทะยานฟ้า!