“ข้าไม่สนว่านิสัยแม่ทัพใหม่จะเป็นเช่นไร หรือจะเข้ากับพวกเราได้หรือไม่…ข้าหวังแค่หากพลังฝีมือของมันไม่ดีเท่าหวงจี่ปิ่งก็ขอให้อย่าอ่อนด้อยกว่าหวงจี่ปิ่งมากเป็นพอ”
…
เมื่อรับทราบว่าแม่ทัพคนใหม่ของพวกมันมาถึงแล้ว เหล่าทหารที่เดิมอยู่ใต้บังคับบัญชาของหวงจี่ปิ่ง ก็เร่งเหินร่างขึ้นฟ้าไปยังต้นเสียงที่พึ่งดังลงมาเมื่อครู่
ระหว่างเหินร่างขึ้นไป พวกมันก็อดคุยกันไม่ได้
ในวาจาของพวกมัน ส่วนใหญ่ก็เอาแต่คาดหวังว่าพลังฝีมือของแม่ทัพคนใหม่จะไม่ด้อยไปกว่าหวงจี่ปิ่ง
อย่างอื่นนั้นพวกมันไม่สน!
สูงขึ้นไปบนฟ้า ต้วนหลิงเทียนในชุดสีม่วงก็เหินร่างติดตามอยู่ด้านหลังเจี่ยนชิวผิงอย่างไม่รีบไม่ร้อน สุดท้ายก็มาถึงน่านฟ้าเหนือหุบเขาแห่งหนึ่ง
มองลงไปพบว่า
ในหุบเขาแห่งนี้เต็มไปด้วยบุปผานานาพรรณ วิหกขับขานเสียงใสไพเราะ ยังมีกระโจมขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ตั้งเรียงรายเป็นระเบียบเรียบร้อยนับพัน เว้นระยะห่างจากกันมากพอสมควร ทำให้ไม่รู้สึกแออัด
‘กระโจมพวกนี้คงเป็นกระโจมของไป่ฟูฉาง สือฟูฉางและเหล่าทหารสินะ’
ต้วนหลิงเทียนก็เดาได้ไม่ยาก
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
…
เสียงแหวกอากาศดังขึ้นเข้าหูต้วนหลิงเทียนถี่ยิบ ภายในสายตาต้วนหลิงเทียนเริ่มมองเห็นจุดดำเล็กๆนับร้อยเรียงตัวกันเป็นกลุ่มราวฝูงตั๊กแตนที่กำลังอพยพ เหินขึ้นฟ้ามายังจุดที่เขาอยู่