มองปราดเดียวต้วนหลิงเทียนก็บอกได้ว่าจำนวนผู้ที่เหินร่างขึ้นมาหากไม่ใช่ 700 ก็ต้องมี 800 !
เขาไม่ได้แปลกใจอะไร
ถึงแม้ในกองทัพที่เขาต้องรับหน้าที่ควบคุมดูแลจะมีทหารนับพัน แต่หลายคนก็มีหน้าที่และภารกิจที่ต้องไปปฏิบัติ เหลือมารายงานตัวกัน 800 ก็มากแล้ว
“แม่ทัพเจี่ยน ในเมื่อเจ้าทำตามคำสั่งผู้บัญชาการเฉินเสร็จสิ้นแล้ว…ที่เหลือข้าคงไม่รบกวน”
ต้วนหลิงเทียนเหลือบมองไปยังเจี่ยนชิวผิงที่ลอยอยู่ข้างๆปานท่อนไม้ พลางเอ่ยออกเสียงเบา ในวาจาเห็นชัดว่าคิดส่งแขก
“โอ้ แม่ทัพต้วนหลิงเทียนอย่าได้เกรงใจ…ข้ามิได้รีบไปไหน ให้ทุกคนมารวมตัวกันก่อน…หลังข้าพูดอะไรกับพวกมันเล็กน้อยข้าค่อยไปก็ไม่สาย”
เจี่ยนชิวผิงแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ในแววตาฉายประกายเจ้าเล่ห์ออกมาให้เห็นชัด
“ทำไม? หรืออยากรอบอกพวกมัน…ว่าแม่ทัพคนใหม่ของพวกมันเป็นแค่เซียนอมตะสวรรค์จันทร์ม่วง?”
ต้วนหลิงเทียนมองเจี่ยนชิวผิงด้วยสายตาสงบเฉยเมย หากแต่แววตากระจ่างใสปานจะมองทะลุได้ทุกสิ่ง!
“เฮอะ!”
เจี่ยนชิวผิงที่ถูกต้วนหลิงเทียนแฉแผนชั่วในใจได้แต่สบถพ่นลมออกมาเสียงเย็นตอบต้วนหลิงเทียน จากนั้นก็นิ่งไปไม่พูดจารอคอยการมาถึงของทหารต้วนหลิงเทียนเงียบๆ
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
…
แสงสว่างทอประกายวูบวาบพุ่งขึ้นฟ้า ไม่นานทหารราวๆ 800 คนก็ปรากฏตัวยังความว่างเปล่าเบื้องหน้าต้วนหลิงเทียน ยังแบ่งกลุ่มออกให้เห็นชัดเจน
กลุ่มแรกมี 8 คน
กลุ่มที่ 2 มี 70 กว่าคน