ส่วนกลุ่มที่ 3 นั้นมีราวๆ 700 คน
ชุดเกราะสีดำที่ทุกคนสวมใส่นั้นมีรูปลักษณ์เหมือนกันทุกประการ หากจะต่างก็ต่างกันตรงที่บริเวณหน้าอกเท่านั้น
‘ไป่ฟูฉาง สือฟูฉาง…พลทหาร’
ต้วนหลิงเทียนย่อมจำแนกได้ไม่ยาก
กลุ่มแรกที่มีเพียง 8 คนนั้นเป็นไป่ฟูฉาง ส่วนที่มี 70คนนั้นก็คือสือฟูฉาง ที่เหลือกว่า 700 ก็คือพลทหารธรรมดา
“คาระท่านแม่ทัพ”
“คาระท่านแม่ทัพ”
…
เหล่าพลทหารและสือฟูฉางทั้งหลาย เร่งประสานมือทำความเคารพต้วนหลิงเทียนกับเจี่ยนชิวผิงติดตามไป่ฟูฉางที่เริ่มแสดงความเคารพออกมาก่อนอย่างแข็งขัน
“ใต้เท้าผู้บัญชาการมอบหมายให้ข้าพาแม่ทัพคนใหม่ของพวกเจ้ามาส่ง…บัดนี้ในเมื่อข้าพาคนมามอบให้พวกเจ้าแล้ว ก็ได้เวลาที่ข้าต้องจากไปเสียที…”
หลังจากที่รอให้ทหารเบื้องหน้าทั้ง 800 คารวะทักทายแล้วเสร็จ เจี่ยนชิวผิงก็กวาดตามองทหารของกองทัพมังกรดำเบื้องหน้า ก็หัวเราะฮ่าๆค่อยกล่าวออก “อย่างไรก็ตาม พวกเจ้าควรทะนุถนอมเวลาที่จักได้รับใช้แม่ทัพคนใหม่ของพวกเจ้าคนนี้ให้ดี”
ในขณะที่เหล่าทหารกำลังงุนงงว่าไฉนเจี่ยนชิวผิงถึงเอ่ยวาจาฟังไม่เข้าใจดังกล่าว
เจี่ยนชิวผิงพลันกล่าวสืบต่อว่า
“เพราะสุดท้ายแล้วมันก็เป็นแค่เซียนอมตะสวรรค์จันทร์ม่วงเท่านั้น…ข้าเกรงว่ามันคงนั่งตำแหน่งแม่ทัพของพวกเจ้าได้ไม่กี่วัน! ฮ่าๆๆ…!!”
หลังกล่าวจบคำเจี่ยนชิวผิงก็ระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นปิดท้าย และเหินร่างจากไปทันที่ดั่งสายลมกรรโชกหอบหนึ่ง