ขณะพูดร่างมู่หรงปิงก็วูบไปหยุดเบื้องหน้าหลวงจีน และปลดแหวนพื้นที่ออกมาจากนิ้วมันทันที ก่อนที่จะกรีดนิ้วตัวเองและหยดเลือดลงไปอย่างไม่รอช้า
ขวับ!
ไม่นานในมือของมู่หรงปิงก็ปรากฏ ไม้ปัดฝุ่น หนึ่ง
‘ศาสตราเซียนอมตะ…อีกทั้งดูเหมือนจะไม่ใช่ยอดสมบัติสวรรค์ระดับทั่วไป!’
ทันทีที่ไม้ปัดฝุ่นผุดโผล่จากความว่างมาอยู่ในมือมู่หรงปิง ต้วนหลิงเทียนก็สังเกตเห็นถึงความไม่ธรรมดาของมันทันที
และพอเขาแผ่สำนึกเทวะเข้าไปสำรวจกลิ่นอายที่แผ่ออกมาของมันอย่างใกล้ชิด เขาก็พบว่า
ไม้ปัดฝุ่นอันนี้ หากให้เทียบกับกระบี่นิลสวรรค์และบรรทัดจักรวาลที่เขาเคยใช้ ก็ไม่ถือว่าแตกต่างกันมากนัก
“ไม้ปัดฝุ่นกวาดโลกา”
(ที่อยู่ในเจดีย์หลิงหลง 7 สมบัติ คือไม้ปัดฝุ่นชำระโลกานะ คนละอันกัน)
มู่หรงปิงที่ขณะที่มองจ้องไม้ปัดฝุ่นในมือนั้น ใบหน้าที่เคยเย็นชาราวมีน้ำแข็งเคลือบฉาบทับไว้ บัดนี้คล้ายมันจะละลายลงไปทันใดด้วยรอยยิ้มบางๆ ต้วนหลิงเทียนที่หันมาเห็นเข้าพอดี ก็อดไม่ได้ที่จะชักงักไปอยู่บ้าง
แม้ว่าพวงแก้มกระจ่างของนางจะถูกม่านผ้าบดบังเอาไว้
แต่ต้วนหลิงเทียนก็ยังถูกรอยยิ้มใต้ม่านผ้านั่นดึงดูดไปอยู่ดี
ให้บอกว่า ยิ้มแรกล่มเมือง ยิ้มอีกคราล่มชาติ…
ก็ไม่เกินเลย!
ด้านมู่หรงปิงที่กำลังยิ้มอยู่นั้นพอตระหนักได้ว่าต้วนหลิงเทียนกำลังมองมา นางก็หุบยิ้มและหวนคืนสู่ความสงบ ให้ความรู้สึกราวเมฆเคลื่อนคล้อยสบายๆทันที